⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 971/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องขอให้ศาลนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้มาชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้อื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 ศาลจะพิจารณาเพียงว่าผู้ร้องมีสิทธิจำนองบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินนั้นได้หรือไม่เท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องระบุจำนวนหนี้จำนองในคำสั่ง.

ย่อคำพิพากษา

กรณีร้องขอให้ศาลเอาเงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษามาชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ ตามป.วิ.พ. มาตรา 289 นั้น ศาลพิจารณาเพียงว่าผู้ร้องเป็นบุคคลที่ชอบจะบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินนั้น โดยอาศัยสิทธิจำนองได้หรือไม่เท่านั้น กฎหมายมิได้บังคับให้ศาลต้องระบุจำนวนหนี้จำนองที่ผู้ร้องมีสิทธิได้รับก่อนเจ้าหนี้อื่นไว้ในคำสั่งด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 26865 ตำบลวัดท่าพระอำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยเป็นลูกหนี้ผู้ร้องตามคำพิพากษาตามยอม ซึ่งศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยกับพวกยอมรับผิดร่วมกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 9,964,127.78 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี และรับผิดชำระค่าฤชาธรรมเนียมตามอัตราส่วนหนี้ที่แต่ละคนต้องรับผิดในส่วนที่โจทก์ไม่ได้รับคืนจากศาลพร้อมทั้งค่าทนายความ โดยจำเลยกับพวกขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2530 หากจำเลยกับพวกผิดนัดชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดหรือข้อหนึ่งข้อใดยอมให้ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที ให้ยึดโฉนดเลขที่ 2611,23836, 23835, 23839 ตำบลวัดท่าพระ อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยกับพวกยังต้องชำระหนี้ให้โจทก์ตามส่วนจนครบ และหรือให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยกับพวกออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ ต่อมาจำเลยคดีนี้ได้ทำการรังวัดแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 23839 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยระหว่างจำนองออกเป็นที่ดินแปลงย่อยหลายแปลง ซึ่งแต่ละแปลงยังคงติดจำนองผู้ร้องอยู่ดังเดิม และที่ดินโฉนดเลขที่ 26865 ตำบลวัดท่าพระ อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นที่ดินแปลงย่อยแปลงหนึ่งที่ถูกแบ่งแยกออกมาดังกล่าว ต่อมาจำเลยกับพวกไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมโจทก์คดีนี้ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดที่ดินโฉนดเลขที่26865 พร้อมสิ่งปลูกสร้างมาขายทอดตลาด ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองย่อมมีบุริมสิทธิได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ขอให้ศาลมีคำสั่งขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 26865 พร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยปลอดจำนองและให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ดังกล่าวจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โจทก์คัดค้านว่า ที่ดินดังกล่าวติดภาระจำนองไว้กับผู้ร้องตามที่จดทะเบียนไว้ไม่เกิน 250,000 บาท ผู้ร้องสามารถดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้โดยไม่ยาก ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อนุญาตให้ผู้ร้องรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 26865 ติดจำนองอยู่กับผู้ร้องในวงเงินตามสัญญาจำนองจำนวน 250,000 บาท ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จำนองเพียงไม่เกินจำนวนเงินดังกล่าวการที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยมิได้วินิจฉัยและระบุให้แน่นอนว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นเป็นจำนวนเท่าใดไว้ในคำสั่งจึงไม่ชอบ พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรคแรก บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลใดชอบที่จะบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้หรือชอบที่จะได้เงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินเหล่านั้นได้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองที่อาจบังคับได้ก็ดี หรืออาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิก็ดี บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้เอาเงินที่ได้มานั้นชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีที่อาจบังคับเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองหลุด ผู้รับจำนองจะมีคำขอดังกล่าวข้างต้นให้เอาทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้นหลุดก็ได้..."เห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวกฎหมายมิได้บังคับว่าศาลจะต้องระบุจำนวนหนี้จำนองที่ผู้ร้องมีสิทธิได้รับก่อนเจ้าหนี้อื่นไว้ในคำสั่งในชั้นนี้ศาลจึงคงพิจารณาแต่เพียงว่าผู้ร้องเป็นบุคคลที่ชอบจะบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้หรือชอบที่จะได้เงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินเหล่านั้นโดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองที่อาจบังคับได้หรือไม่เท่านั้นทั้งในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าได้มีการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 26865แล้วหรือไม่ จึงไม่อาจทราบได้ว่า ผู้ร้องจะได้รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนโจทก์เป็นจำนวนเท่าใด ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 โดยมิได้ระบุจำนวนหนี้จำนองไว้ด้วยจึงชอบแล้ว...". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2535 นาย อภินันทธิ์ ภัค ภูมิ กับพวก โจทก์ ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง นางสาว มรกต โคม แขวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อภินันทธิ์ ภัค ภูมิ กับพวก · ผู้ร้อง - ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นางสาว มรกต โคม แขวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูรฯ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 1767/2527ฎีกา 5378/2544ฎีกา 4101/2539ฎีกา 7569/2549ฎีกา 8058/2553ฎีกา 2636/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 694/2522ฎีกา 2086/2497ฎีกา 6187/2533ฎีกา 3655/2538ฎีกา 3070/2550ฎีกา 6116-6117/2550ฎีกา 2072/2519ฎีกา 5442/2554ฎีกา 684/2513ฎีกา 2740/2546ฎีกา 761/2494ฎีกา 3802/2551ฎีกา 757/2505ฎีกา 46/2535ฎีกา 878/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ