⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 878/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492

ป.พ.พ. ม.132, 454, 456 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.288, 289

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่ผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดินก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ยังถือว่าที่ดินนั้นเป็นของผู้ขาย และเจ้าหนี้ของผู้ขายมีสิทธิยึดทรัพย์เพื่อชำระหนี้ได้.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งได้วางมัดจำกันแล้ว และมีข้อตกลงกันว่าเงินจำนวนที่ยังค้างอยู่อีกนั้น ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน พร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิที่ดินกัน แต่ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิกันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพังทันที ดังนี้ เป็นสัญญาจะซื้อขาย เพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป. ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฎว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองของจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดและไปชำระหนี้ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์นำยืดที่นามือเปล่าว่า เป็นของจำเลย+++++คดี ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ที่นาแปลงนี้ผู้ร้องได้ซื้อมาจากจำเลย ดังปรากฎตามสัญญาท้ายคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ยึด โจทก์,จำเลยโต้เถียงกันว่า สัญญาระหว่างผู้++++++จำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิเหนือทรัพย์+++++++ ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญานั้นมีความหมายเพียงให้ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่เท่านั้น หาใช่จำเลยผู้ทำการครอบครองไม่ จึงสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์++++++ตามสัญญาผู้ซื้อได้สิทธิครอบครองอย่างเป็นเจ้าของและพิพากษากลับ ให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญามีข้อความว่า "ข้อ๑ ผู้ขายยอมตกลงขายที่ดิน...........เป็นราคา ๓๐๐๐ บาท" "ข้อ ๒. ในระหว่างซื้อขายกันนี้ ผู้ซื้อได้วางเงินประจำให้ไว้แก่ผู้ขายเป็นจำนวนเงิน ๕๐๐ บาท." "ข้อ ๔. ส่วนเงินจำนวนที่ยังค้างอีก ๒๕๐๐ บาท ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิที่ดินกัน" ข้อ ๕. ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิกันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพับทันที" ในวันทำสัญญา จำเลยยอมให้ผู้ร้องเข้าทำประโยชน์ในที่รายนี้ตามข้อ ๕ ศาลฎีกาเห็นว่า การเข้าทำประโยชน์รายนี้ หาใช่ครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของสิทธิขาดไม่ สัญญาระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง เป็นสัญญาจะซื้อขายเพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป การครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอนเช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองแทนจำเลย ผู้ร้องจะถือที่เป็นสิทธิแก่ตน โดยการเข้าทำประโยชน์ยังไม่ได้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492 นางวงษ์ อุดมรัตน์ โจทก์ นายเคี่ยม บุญหงวน ล. นายไสว เผือกผ่อง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวงษ์ อุดมรัตน์ · ล. - นายเคี่ยม บุญหงวน · ผู้ร้อง - นายไสว เผือกผ่อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายไฉน บุญยก · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 696/2472ฎีกา 154/2522ฎีกา 9151/2539ฎีกา 1701/2524ฎีกา 1726/2513ฎีกา 2074/2529ฎีกา 1351/2497ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2364/2515ฎีกา 3806/2549ฎีกา 5034/2533ฎีกา 5128/2541ฎีกา 3405/2537ฎีกา 1730/2520ฎีกา 558/2509ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 767/2518ฎีกา 170/2497ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา