คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่ผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดินก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ยังถือว่าที่ดินนั้นเป็นของผู้ขาย และเจ้าหนี้ของผู้ขายมีสิทธิยึดทรัพย์เพื่อชำระหนี้ได้.
ย่อคำพิพากษา
สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งได้วางมัดจำกันแล้ว และมีข้อตกลงกันว่าเงินจำนวนที่ยังค้างอยู่อีกนั้น ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน พร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิที่ดินกัน แต่ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิกันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพังทันที ดังนี้ เป็นสัญญาจะซื้อขาย เพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป.
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฎว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองของจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดและไปชำระหนี้ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์นำยืดที่นามือเปล่าว่า เป็นของจำเลย+++++คดี ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ที่นาแปลงนี้ผู้ร้องได้ซื้อมาจากจำเลย ดังปรากฎตามสัญญาท้ายคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ยึด โจทก์,จำเลยโต้เถียงกันว่า สัญญาระหว่างผู้++++++จำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิเหนือทรัพย์+++++++ ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญานั้นมีความหมายเพียงให้ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่เท่านั้น หาใช่จำเลยผู้ทำการครอบครองไม่ จึงสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์++++++ตามสัญญาผู้ซื้อได้สิทธิครอบครองอย่างเป็นเจ้าของและพิพากษากลับ ให้ถอนการยึด
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญามีข้อความว่า "ข้อ๑ ผู้ขายยอมตกลงขายที่ดิน...........เป็นราคา ๓๐๐๐ บาท"
"ข้อ ๒. ในระหว่างซื้อขายกันนี้ ผู้ซื้อได้วางเงินประจำให้ไว้แก่ผู้ขายเป็นจำนวนเงิน ๕๐๐ บาท."
"ข้อ ๔. ส่วนเงินจำนวนที่ยังค้างอีก ๒๕๐๐ บาท ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิที่ดินกัน"
ข้อ ๕. ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิกันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพับทันที" ในวันทำสัญญา จำเลยยอมให้ผู้ร้องเข้าทำประโยชน์ในที่รายนี้ตามข้อ ๕
ศาลฎีกาเห็นว่า การเข้าทำประโยชน์รายนี้ หาใช่ครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของสิทธิขาดไม่ สัญญาระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง เป็นสัญญาจะซื้อขายเพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป การครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอนเช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองแทนจำเลย ผู้ร้องจะถือที่เป็นสิทธิแก่ตน โดยการเข้าทำประโยชน์ยังไม่ได้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492
นางวงษ์ อุดมรัตน์ โจทก์
นายเคี่ยม บุญหงวน ล.
นายไสว เผือกผ่อง ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวงษ์ อุดมรัตน์ · ล. - นายเคี่ยม บุญหงวน · ผู้ร้อง - นายไสว เผือกผ่อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายไฉน บุญยก · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา