⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2626/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2626/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินของลูกหนี้ในระหว่างสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ถือเป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้เจ้าหนَیรายหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่น และศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจำนองดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสุจริตหรือการเสียค่าตอบแทนของผู้รับจำนอง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้านต่อมาโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆซึ่งจำเลย (ลูกหนี้) ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายตามมาตรา 115แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 แต่การที่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับจดทะเบียนจำนองจากจำเลยจึงเป็นคู่สัญญากับจำเลยโดยตรง มิได้เป็นบุคคลภายนอกตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 116ผู้คัดค้านจึงไม่ได้รับความคุ้มครองสิทธิอันจะอ้างได้ว่าเป็นผู้ได้รับโอนหรือได้สิทธิมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ทั้งการจดทะเบียนจำนองที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการกู้เงินนั้น หากจำเลยไม่ชำระหนี้หรือชำระไม่ครบ เมื่อขายทรัพย์จำนองผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับชำระหนี้จนครบก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยไม่ต้องนำเงินที่ได้จากการขายไปเฉลี่ยตามอัตราส่วนกับเจ้าหนี้อื่นผู้คัดค้านจึงอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ที่จะได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามความหมายของพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 115 แล้วซึ่งการเพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรานี้มิได้บัญญัติให้คำนึงถึงความสุจริตและการเสียค่าตอบแทนของผู้รับโอน แต่ให้พิจารณาถึงความมุ่งหมายของลูกหนี้ว่าจะให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นหรือไม่เท่านั้น เมื่อปรากฏว่าขณะที่จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยอยู่แล้วโดยมีเจ้าหนี้อื่นอีกหลายรายและจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวการจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของลูกหนี้(จำเลย) จึงเป็นการกระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้าน ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.116

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ทางสอบสวนของผู้ร้องปรากฏว่าจำเลยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 11981 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง มาจดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้คัดค้าน เป็นการกระทำในระยะเวลา 3 เดือน ก่อนจำเลยถูกฟ้องให้ล้มละลาย โดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการจำนองระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้านและให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมโดยให้ผู้คัดค้านไปเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหากไม่ไปขอถือเอาคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำคัดค้านโดยเห็นว่าผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านหลังจากพ้นกำหนดเวลาที่จะยื่นได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 11981 ตำบลบางแค (หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 346 ระหว่างจำเลยผู้จำนองกับบริษัทซีเอ็นเอ็น แลนด์ จำกัด ผู้รับจำนอง โดยให้ผู้รับจำนองไปเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หากไม่ไปให้ถือเอาคำสั่งศาลเป็นการแสดงเจตนา ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้เพิกถอนการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 11981 ตำบลบางแค (หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 342 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันรับฟังได้ว่าวันที่ 18 ตุลาคม 2533 จำเลยกู้เงินผู้คัดค้าน 1,100,000 บาท จำเลยชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านแล้วบางส่วน ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 จำเลยร่วมกับนายจำเนียร ผิวขำ กู้เงินผู้คัดค้านอีก 1,200,000 บาท โดยจำเลยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 11981 ตำบลบางแค (หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 342 จดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้คัดค้านเป็นประกันหนี้ วันที่ 1 มีนาคม 2534 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย และศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายวันที่ 24 มกราคม 2538 มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รวม 6 ราย เป็นเงิน 21,000,000 บาทเศษ คดีมีปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า การจดทะเบียนจำนองดังกล่าวระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 เป็นการกระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น และผู้คัดค้านได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2534 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ ซึ่งจำเลย(ลูกหนี้) ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลภายนอกอันจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เห็นว่า มาตรา 116 บัญญัติว่า "บทบัญญัติในสองมาตรา ก่อนนั้นไม่กระทบถึงสิทธิของบุคคลภายนอกอันได้มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย" ผู้คัดค้านเป็นผู้รับจดทะเบียนจำนองจากจำเลย (ลูกหนี้) ในคดีล้มละลายจึงเป็นคู่สัญญากับจำเลย (ลูกหนี้) โดยตรง มิได้เป็นบุคคลภายนอกดังผู้คัดค้านอ้างผู้คัดค้านจึงไม่ได้รับความคุ้มครองสิทธิอันจะอ้างได้ว่าเป็นผู้ได้รับโอนหรือได้สิทธิมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลายตามบทกฎหมายดังกล่าว ผู้คัดค้านฎีกาอีกว่าผู้คัดค้านเป็นบริษัทสถาบันการเงิน จำเลยมากู้เงินโดยมีหลักประกันคุ้มค่าเงิน ผู้คัดค้านจึงให้จำเลยกู้เงินโดยสุจริต ไม่ทราบว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่ทราบว่าจำเลยมีเจ้าหนี้ถึง 6 รายการจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจะถือว่าจำเลยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่นหาได้ไม่เพราะจะทำให้ผู้คัดค้านเสียประโยชน์ในหลักประกันการชำระหนี้ตามปกติวิสัยของการประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้รายอื่นทั้ง 6 รายของจำเลยมีการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหรือมีหลักประกันคุ้มหนี้ทั้งสิ้น เห็นว่า การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการกู้เงินนั้น หากจำเลยไม่ชำระหนี้หรือชำระไม่ครบเมื่อขายทรัพย์จำนองผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับชำระหนี้จนครบก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยไม่ต้องนำเงินที่ได้จากการขายไปเฉลี่ยตามอัตราส่วนกับเจ้าหนี้อื่น ผู้คัดค้านจึงอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ที่จะได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามความหมายของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 แล้ว บทบัญญัติของกฎหมายมาตรานี้บัญญัติว่า "การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ ซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังจากนั้น โดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น" ดังนี้การเพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรานี้มิได้บัญญัติให้คำนึงถึงความสุจริตและการเสียค่าตอบแทนของผู้รับโอนดังที่ผู้คัดค้านอ้าง แต่ให้พิจารณาถึงความมุ่งหมายของลูกหนี้ว่าจะให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นหรือไม่เท่านั้น เมื่อปรากฏว่าขณะที่จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยอยู่แล้ว โดยมีเจ้าหนี้อื่นอีกหลายรายและจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของลูกหนี้ (จำเลย) จึงฟังได้ว่าเป็นการกระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้ (ผู้คัดค้าน) ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ส่วนที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า เจ้าหนี้รายอื่นทั้ง 6 รายของจำเลยเป็นเจ้าหนี้ที่มีการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหรือมีหลักประกันคุ้มหนี้ทั้งสิ้น นั้น ผู้คัดค้านมิได้ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ผู้คัดค้านย่อมไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นผู้ร้องร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการโอนหรือการกระทำนั้น ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนหรือการกระทำนั้นได้ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2626/2542 ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด ( มหาชน โจทก์ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง บริษัท ซีเอ็นเอ็น แลนด์ จำกัด ผู้คัดค้าน นางสาว วิไลรัตน์ พรสมพล หรือนางสาวจุฑารัตน์ แซ่ก๋วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด ( มหาชน · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - บริษัท ซีเอ็นเอ็น แลนด์ จำกัด · จำเลย - นางสาว วิไลรัตน์ พรสมพล หรือนางสาวจุฑารัตน์ แซ่ก๋วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ · สมชัย สายเชื้อ · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 106/2536ฎีกา 2587/2533ฎีกา 597/2513ฎีกา 6448/2550ฎีกา 8304/2559ฎีกา 3213/2533ฎีกา 1474/2528ฎีกา 6967/2537ฎีกา 606-607/2525ฎีกา 3396/2527ฎีกา 7440/2540ฎีกา 3181/2524ฎีกา 5916/2530ฎีกา 6243/2534ฎีกา 802/2519ฎีกา 3179-3180/2524ฎีกา 716/2530ฎีกา 4582/2536ฎีกา 7160/2544ฎีกา 1027/2542ฎีกา 1814/2511ฎีกา 561/2535ฎีกา 2724/2528ฎีกา 7039/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ