⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3470/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3470/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเสนอคำขอประนอมหนี้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป ถือเป็นเหตุให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ได้มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับทวงถามให้จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้โจทก์แล้วสองครั้งซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันและจำเลยทั้งสี่ได้รับหนังสือแล้ว ไม่ชำระหนี้โจทก์ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่มีทรัพย์สินอื่นอันจะพึงยึดมาชำระหนี้โจทก์ได้กรณีจึงเข้าข้อสันนิษฐานแล้วว่าจำเลยทั้งสี่มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(5)(9) นอกจากนี้ยังได้ความอีกว่า ว่าจำเลยเสนอขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์และต่อบริษัทธนาคาร อ. ที่ฟ้องเรียกหนี้ประมาณ 800,000,000 บาทซึ่งจำเลยที่ 1 เองก็ยอมรับว่าไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงินได้ ดังนี้ เป็นกรณีลูกหนี้เสนอคำขอประนอมหนี้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามมาตรา 8(8) แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลายฯ เมื่อจำเลยทั้งสี่มิได้นำสืบให้เห็นว่ามีทรัพย์สิน พอสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลย ทั้งสี่ล้มละลาย ศาลจึงต้องสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย ทั้งสี่เด็ดขาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสี่เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสี่เด็ดขาด จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันและมิได้โต้แย้งกันฟังได้ว่าศาลแพ่งกรุงเทพใต้พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้โจทก์ 10,673,150.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 10,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 9829/2539 คดีถึงที่สุดแล้วโจทก์มีหนังสือทวงถามจำเลยทั้งสี่ให้ชำระหนี้แล้วรวมสองครั้งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน จำเลยทั้งสี่ได้รับหนังสือทวงถามแล้ว แต่ไม่ชำระหนี้โจทก์ มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสี่มีหนี้สินล้นพ้นตัวและมีเหตุสมควรให้จำเลยทั้งสี่ล้มละลายหรือไม่ จำเลยทั้งสี่มีนายวิโรจน์ โสภี อดีตผู้จัดการทั่วไปของจำเลยที่ 1 เบิกความว่าที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามโฉนดเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.4 ราคาประเมิน 38,291,250 บาท เมื่อรวมโรงงานที่จังหวัดอุบลราชธานีและที่ดินที่กรุงเทพมหานครแล้ว จำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินประมาณ 1,000,000,000 บาท เห็นว่าพยานจำเลยทั้งสี่ปากนี้ยังเบิกความรับอีกว่าดินดังกล่าวติดจำนองธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ส่วนทรัพย์สินอื่นได้แก่ที่ดินว่างเปล่าและโรงงานของจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 มีอยู่จริงหรือไม่อย่างไรอันจะเป็นการแสดงว่าจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินพอชำระหนี้ทั้งหมด นายชูชาติ เมธะวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของโจทก์และนายอนัน ลาภเอกอุดม ทนายความโจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับทวงถามให้จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้โจทก์แล้วสองครั้งซึ่งมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันและจำเลยทั้งสี่ได้รับหนังสือแล้วไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยทั้งสี่แล้วไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอื่นอันจะพึงยึดมาชำระหนี้โจทก์ได้ เห็นว่า กรณีเข้าข้อสันนิษฐานแล้วว่าจำเลยทั้งสี่มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(5)(9) นอกจากนี้ได้ความจากนายวิโรจน์ โสภี พยานจำเลยทั้งสี่อีกว่าฝ่ายจำเลยเสนอขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.1 และคดีที่บริษัทธนาคาร เอเซีย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ฟ้องเรียกหนี้ประมาณ 800,000,000 บาท จำเลยทั้งสี่ก็ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย จ.4 และพยานจำเลยทั้งสี่ปากนี้ก็ยังเบิกความยอมรับว่าจำเลยที่ 1 ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงินได้ ดังนี้เป็นกรณีลูกหนี้เสนอคำขอประนอมหนี้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามมาตรา 8(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 จำเลยทั้งสี่มิได้นำสืบให้เห็นว่ามีทรัพย์สินพอสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยทั้งสี่ล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ ทรัพย์ของจำเลยทั้งสี่เด็ดขาดชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับเป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสี่เด็ดขาดตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3470/2542 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ สิน อุตสาหกรรม จำกัด ( มหาชน โจทก์ บริษัท วิงแฟทหรือวิงแฟทเทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ สิน อุตสาหกรรม จำกัด ( มหาชน · จำเลย - บริษัท วิงแฟทหรือวิงแฟทเทรดดิ้ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ · สมชัย สายเชื้อ · พิชัย เตโชพิทยากูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 5399/2550ฎีกา 5884/2559ฎีกา 7249/2540ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 534/2504ฎีกา 1245/2553ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 1239/2514ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ