คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4603/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้จะขอหักกลบลบหนี้กับลูกหนี้ได้เฉพาะหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเท่านั้น หนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้ได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้(จำเลย)ในเวลาที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ จะขอใช้สิทธินำเงินฝากประจำพร้อมดอกเบี้ยของลูกหนี้(จำเลย)มาหักกลบลบหนี้กับเงินที่ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้แล้วตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ได้หรือไม่ จะต้องพิจารณาว่าในวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้(จำเลย)นั้น ผู้ร้องเป็นหนี้ลูกหนี้(จำเลย)เป็นเงินต้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยเพียงใดแล้วจึงนำมาหักกลบลบหนี้กับลูกหนี้(จำเลย)ได้ ดังนั้น ผู้ร้องจึงนำดอกเบี้ยของลูกหนี้(จำเลย) ที่เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วมาหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 102 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.102
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) · ผู้คัดค้าน - าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - ษัทยางพาราเทพส่ง จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวอรพรรณพิลาศ โอวาทตระกูล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายชวลิต ยอดเณร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา