⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3356/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3356/2524

ป.พ.พ. ม.341, 657, 672 · พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.91, 102

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ สามารถกระทำได้ แม้หนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุอย่างเดียวกัน หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาก็ตาม และการแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่จำเป็นต้องทำภายในกำหนดเวลาสองเดือนตามมาตรา 91 หากเจ้าหนี้เพียงแต่ประสงค์จะหักกลบลบหนี้ มิใช่การขอรับชำระหนี้

ย่อคำพิพากษา

การหักกลบลบหนี้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิธีจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 102 ให้กระทำได้แม้มูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุอย่างเดียวกัน หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาก็ตาม ธนาคารผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้และมีหน้าที่จะต้องคืนเงินที่รับฝากแก่จำเลย จึงมีสิทธิหักกลบลบหนี้ โดยแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา 102 ได้ แม้จะไม่ได้แสดงเจตนาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 ก็ตาม เพราะกรณีมิใช่ธนาคารผู้ร้องร้องขอรับชำระหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.672 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.672 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ต่อมาวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๓ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยมีเงินฝากประจำในธนาคารผู้ร้องจำนวน ๑,๔๑๑,๓๖๒.๑๘ บาท กับจำเลยเป็นลูกหนี้ธนาคารผู้ร้องตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน ๑,๓๙๕,๙๙๔.๑๙ บาท ถ้าหักกลบลบหนี้กันแล้วธนาคารผู้ร้องยังเป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลย ๑๕,๓๖๗.๙๙ บาท เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งอายัดให้ธนาคารผู้ร้องส่งเงินฝากของจำเลยต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ธนาคารผู้ร้องจึงขอหักกลบลบหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา ๑๐๒ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ให้ธนาคารผู้ร้องส่งมอบเงินฝากของจำเลยพร้อมดอกเบี้ยแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ยื่นคำคัดค้านว่า การที่จำเลยนำเงินฝากประจำไว้กับธนาคารผู้ร้อง ธนาคารผู้ร้องยังหาเป็นลูกหนี้จำเลยไม่คงมีหน้าที่ต้องชำระเงินคืนเมื่อถึงกำหนด ตราบใดที่ยังไม่มีการผิดสัญญา หนี้ก็หาเกิดขึ้นไม่การหักกลบลบหนี้จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้หากถือว่าธนาคารผู้ร้องเป็นลูกหนี้จำเลยธนาคารผู้ร้องไม่ได้แสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด ๒ เดือนตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดไว้ ทำให้ขัดข้องในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกคำร้องของธนาคารผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำหน่ายธนาคารผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ของจำเลย เว้นแต่หนี้ส่วนที่เหลือจากการหักกลบลบหนี้จำนวน ๑๕,๓๖๗.๙๙ บาท ให้ธนาคารผู้ร้องส่งมอบแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๘ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบเสร็จ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าธนาคารผู้ร้องมีสิทธิขอหักกลบลบหนี้หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้ มาตรา ๑๐๒ บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ถึงแม้ว่ามูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันก็ดี หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาก็ดีก็อาจหักกลบลบหนี้กันได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ดังนี้ เห็นว่าการหักกลบลบหนี้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งตามมาตรา ๑๐๒ บัญญัติให้กระทำได้แม้มูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุเป็นอย่างเดียว หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาก็ตาม คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่าธนาคารผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้กับธนาคารผู้ร้องมีหนี้ที่จะต้องคืนเงินที่รับฝากให้ครบจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๗, ๖๗๒ ธนาคารผู้ร้องจึงอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ของจำเลยอยู่ในเวลาที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโดยหาใช่เป็นกรณีที่ธนาคารผู้ร้องได้สิทธิเรียกร้องต่อจำเลยภายหลังที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วไม่ ฉะนั้น เมื่อมูลแห่งหนี้คดีนี้มีวัตถุเป็นเงินอย่างเดียวกันสภาพแห่งหนี้เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้กันได้ ธนาคารผู้ร้องย่อมมีสิทธิหักกลบลบหนี้โดยการแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๐๒ ได้ แม้จะไม่ได้แสดงเจตนาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา ๙๑ นั้น ก็ตาม เพราะธนาคารผู้ร้องมิได้ร้องขอรับชำระหนี้และมิใช่เป็นกรณีที่ธนาคารผู้ร้องได้สละสิทธิขอรับชำระหนี้ดังข้อโต้แย้งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นแต่อย่างใดทั้งโดยเฉพาะข้อเท็จจริงตามคำร้องซึ่งรับกันแล้วว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ธนาคารผู้ร้องตามจำนวนในคำร้องจริงโดยความจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าการที่ธนาคารผู้ร้องแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้นเป็นการขัดข้องต่อการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้หรือเพื่อจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) ดังข้อกล่าวอ้างของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นแต่อย่างใดที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3356/2524 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง นายโสภณ ประคองจิตร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นายโสภณ ประคองจิตร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1001/2509ฎีกา 2923/2525ฎีกา 275/2567ฎีกา 2776/2525ฎีกา 3187/2531ฎีกา 881/2544ฎีกา 8080/2538ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 4275/2560ฎีกา 3515/2532ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 3527/2536ฎีกา 9278/2542ฎีกา 145/2554ฎีกา 2049/2528ฎีกา 1808/2512ฎีกา 365/2521ฎีกา 6555/2542ฎีกา 689/2510ฎีกา 44/2549ฎีกา 5154/2530ฎีกา 10438/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา