⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 795/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการโกรธเคืองแต่ไม่ถึงขั้นถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ไม่ถือเป็นการบันดาลโทสะ

ย่อคำพิพากษา

เหตุเกิดเพียงเพราะ จ. กล่าวหา ส. ว่าไปร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย แต่บุคคลทั้งสองก็ปฏิเสธ แม้อาจทำให้จำเลยซึ่งเป็นสามี ส.โกรธเคืองบ้างจึงได้ทำร้ายส. แต่ก็ไม่พอจะถือว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายขณะจะเข้าไปห้ามมิให้ จำเลยทำร้าย ส. จึงไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แต่จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจ่าเอกบำรุง เมษสุวรรณ ผู้เสียหายหลายนัดกระสุนปืนถูกบริเวณขาขวา เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสปัญหาที่จะวินิจฉัยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางจรวยพร เมษสุวรรณ เบิกความว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย โดยเมื่อจำเลยทำร้ายนางสุรีย์ อินทรแพทย์หรือสุกใส ภริยาจำเลย ผู้เสียหายจะเข้าไปห้าม จำเลยก็ชักอาวุธปืนออกมายิงผู้เสียหาย เห็นว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงไฟฟ้าส่องสว่างมองเห็นกันได้ มีผู้อยู่ตรงที่เกิดเหตุเพียงผู้เสียหายนางจรวยพร นางสุรีย์ และคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายเท่านั้น เหตุเกิดต่อหน้านางจรวยพรเมื่อคนร้ายยิงนัดแรกแล้วนางจรวยพรเข้าไปกอดตัวคนร้ายไว้แต่คนร้ายสะบัดหลุดแล้วเข้าไปยิงผู้เสียหายอีกหลายนัดนางจรวยพรย่อมเห็นชัดเจน แม้เมื่อจับกุมจำเลยได้ นางจรวยพรจะไม่ชี้ตัวจำเลยว่าเป็นคนร้ายเนื่องจากไม่แน่ใจเพราะเป็นเวลาหลังเกิดเหตุนานถึง 2 ปี แต่นางจรวยพรก็ยืนยันว่าคนร้ายเป็นสามีนางสุรีย์คือจำเลยนั่นเอง นอกจากนี้โจทก์ยังมีคำให้การชั้นสอบสวนของนางสุรีย์และนายสมหมาย ทองศรีตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 เป็นพยาน ซึ่งในขณะเกิดเหตุนายสมหมายอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ บุคคลทั้งสองให้การต่อพนักงานสอบสวนระบุว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย นางสุรีย์เป็นภริยาจำเลย นายสมหมายเป็นสามีของพี่สาวนางสุรีย์ เชื่อว่าให้การตามที่รู้เห็นจริงหลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีเป็นพฤติการณ์ของผู้กระทำผิดชั้นจับกุมก็ให้การรับสารภาพเมื่อฟังพยานโจทก์ประกอบกันทั้งหมดแล้วมีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบอ้างฐานที่อยู่โดยมีนายสอาด สุกใส มาเบิกความสนับสนุนนั้น เห็นว่า นายสอาดเป็นบิดาจำเลยคำเบิกความมีน้ำหนักน้อย ทั้งการกล่าวอ้างเช่นนี้กระทำได้โดยง่าย จำเลยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสืบสนับสนุนให้ชัดเจน พยานจำเลยเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายเบิกความแตกต่างกับที่ให้การชั้นสอบสวนโดยชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย ตามเอกสารหมาย ป.จ.1 แต่เบิกความว่าไม่เห็นคนที่ใช้อาวุธปืนยิงตน ไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายนั้นเห็นว่าผู้เสียหายเบิกความเป็นผลดีแก่จำเลย น่าจะเนื่องจากเห็นว่าเหตุเกิดเพราะนางจรรยพรภริยาตนไปกล่าวหานางสุรีย์ว่าไปร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย ไม่ทำให้น้ำหนักพยานหลักฐานอื่นของโจทก์เสียไป เชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรง จำเลยยิงผู้เสียหายหลายนัด แสดงว่ายิงโดยมีเจตนาฆ่า เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าเพราะมีโอกาสเลือกยิงแต่ไม่ยิงให้ถึงแก่ความตายนั้น เห็นว่า ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายเพราะผู้เสียหายหลบหนีและมีรถยนต์ขวางกั้น ทำให้จำเลยยิงไม่ถูกอวัยวะสำคัญที่จะทำให้ถึงแก่ความตายหาใช่จำเลยมีโอกาสเลือกยิงดังจำเลยฎีกาไม่ และที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะนั้น เห็นว่า เหตุเกิดเพียงเพราะนางจรรยาพรกล่าวหานางสุรีย์ว่าไปร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย แต่บุคคลทั้งสองก็ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้แม้อาจทำให้จำเลยโกรธเคืองบ้างจึงได้ทำร้ายนางสุรีย์แต่ก็ไม่พอจะถือว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายขณะผู้เสียหายจะเข้าไปห้ามไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่คำให้การของจำเลยชั้นจับกุมที่รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาสมควรลดโทษให้จำเลยด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี โจทก์ นาย สายันต์ สุก ใส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี · จำเลย - นาย สายันต์ สุก ใส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 4952/2536ฎีกา 8366/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ