⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8747/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8747/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มิซซังโรมันคาธอลิคมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น จึงมีอำนาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทำนิติกรรมได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นมิซซังโรมันคาธอลิค ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ. 128 อนุญาตให้มิซซังโรมันคาธอลิคคณะหนึ่ง ๆ มีฐานะเป็นหมู่คณะแยกต่างหาก เพื่อให้มีอำนาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยกฎหมายใช้ศัพท์ว่า บริษัท ในความหมายที่ว่า หมู่คณะแยกต่างหากจากกัน ดังที่ต่อมาเรียกว่า นิติบุคคล หาได้มีความหมายว่าบริษัทจำกัดไม่ ประกอบกับ ป.พ.พ. มาตรา 65 บัญญัติว่า นิติบุคคลจะมีขึ้นได้ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือประมวลกฎหมายอื่น ด้วยเหตุนี้โจทก์จึงเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น มีอำนาจทำสัญญาเช่า และฟ้องจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑,๐๘๓.๖๐ บาท และใช้ค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ ๓๖๑.๒๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน ๘๒๐ บาท แก่โจทก์ และใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ จนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ. ๑๒๘ ข้อ ๑ บัญญัติว่า "คณะโรมันคาธอลิคในกรุงสยามนี้ ไม่เลือกว่ามิซซังแลบาดหลวงจะเป็นคนชาติภาษาใด ๆ ได้รับอนุญาตตามกฎหมายฝ่ายสยาม ให้เป็นบริษัทอันหนึ่งเฉพาะวิการิโอ อาปอสตอลิโกแห่งหนึ่ง เพื่อให้มีอำนาจถือที่ดินสำหรับประโยชน์มิซซัง ตามข้อความที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้" บทบัญญัติดังกล่าวนี้มีความหมายว่า อนุญาตให้มิซซังโรมันคาธอลิคคณะหนึ่ง ๆ มีฐานะเป็นหมู่คณะแยกต่างหาก เพื่อให้มีอำนาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยกฎหมายใช้ศัพท์ว่า บริษัท ในความหมายที่ว่า หมู่คณะแยกต่างหาก ดังที่ต่อมาเรียกว่า นิติบุคคล คำว่า บริษัทในกฎหมายฉบับนี้ หาได้มีความหมายว่า บริษัทจำกัด ซึ่งเป็นคำศัพท์ในภายหลัง เช่นที่จำเลยกล่าวในฎีกาไม่ บทกฎหมายที่ให้อำนาจเช่นนี้ คงใช้บังคับอยู่ตลอดมา ป.พ.พ. บรรพ ๑ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ตลอดจน พ.ร.บ. ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่ง ป.พ.พ. ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ไม่มีบทบัญญัติให้ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ยังมีบทบัญญัติมาตรา ๖๕ แห่ง ป.พ.พ. บรรพ ๑ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า "นิติบุคคลจะมีขึ้นได้ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น" ด้วยเหตุนี้ โจทก์จึงเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น มีอำนาจทำสัญญาเช่าและฟ้องจำเลยได้? พิพากษายืน ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8747/2542 มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร โจทก์ นางศันสนีย์ ศิริอภิพัฒน์อมร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นางศันสนีย์ ศิริอภิพัฒน์อมร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · ธาดา กษิตินนท์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายวิชัย ชำนาญการค้า · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9842/2544ฎีกา 10757/2553ฎีกา 9513/2539ฎีกา 2919/2547ฎีกา 4554/2559ฎีกา 4374/2539ฎีกา 3201/2536ฎีกา 2213/2545ฎีกา 8033/2538ฎีกา 8033-8037/2538ฎีกา 4338/2548ฎีกา 7560/2540ฎีกา 10260-10273/2539ฎีกา 2583/2545ฎีกา 3621/2536ฎีกา 7490/2542ฎีกา 583/2538ฎีกา 2400/2545ฎีกา 5149/2554ฎีกา 8658-8686/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา