⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4338/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4338/2548

ป.พ.พ. ม.65, 66

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนชื่อบริษัทไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนิติบุคคล และไม่ทำให้สัญญาค้ำประกันสิ้นสุดลง แม้ผู้ค้ำประกันจะไม่ทราบการเปลี่ยนชื่อก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่บริษัทโจทก์เปลี่ยนชื่อไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนิติบุคคล โจทก์ยังคงมีสภาพเป็นนิติบุคคลดังเดิม แม้ไม่แจ้งการเปลี่ยนชื่อให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์ทราบ ก็ไม่เป็นผลให้สัญญาค้ำประกันสิ้นสุดลง เมื่อจำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์ในขณะทำงานให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.65 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.66

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.65 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.66 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 203,655.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 173,324.05 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัด จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 203,655.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 173,324.05 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 7 กรกฎาคม 2546) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า เดิมบริษัทโจทก์ใช้ชื่อว่า บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ไว้กับบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด (มหาชน) ต่อมาบริษัทโจทก์เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทไอ. ซี. ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยโจทก์ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบ จึงทำให้สัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ไว้ต่อโจทก์นั้นสิ้นสุดลงตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ไม่มีความผูกพันต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีนี้ เห็นว่า โจทก์เปลี่ยนชื่อบริษัท มิใช่การเปลี่ยนแปลงนิติบุคคล โจทก์ยังมีสภาพเป็นนิติบุคคลดังเดิม และยังให้จำเลยที่ 1 ทำงานในตำแหน่งเดิม หน้าที่การงานเดิม โดยมิได้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างซึ่งทำให้จำเลยที่ 2 ต้องรับภาระมากขึ้น การที่โจทก์ไม่แจ้งการเปลี่ยนชื่อบริษัทให้จำเลยที่ 2 ทราบนั้น ไม่มีผลกระทบต่อสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับโจทก์ จึงไม่เป็นเหตุให้สัญญาค้ำประกันสิ้นสุดลง เมื่อจำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์ในขณะทำงานให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ย่อมต้องร่วมรับผิดด้วยในฐานะผู้ค้ำประกัน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีนี้ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4338/2548 บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวอรวรรณ ปักการะโต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวอรวรรณ ปักการะโต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ชวลิต ยอดเณร · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3489/2536ฎีกา 1783/2551ฎีกา 1961/2544ฎีกา 3394/2536ฎีกา 2919/2547ฎีกา 3312/2536ฎีกา 3612/2535ฎีกา 2019/2531ฎีกา 10687/2551ฎีกา 3201/2536ฎีกา 1046/2536ฎีกา 3901/2559ฎีกา 8033-8037/2538ฎีกา 2632/2536ฎีกา 7625/2552ฎีกา 3388/2531ฎีกา 10260-10273/2539ฎีกา 2583/2545ฎีกา 3621/2536ฎีกา 583/2538ฎีกา 1475/2548ฎีกา 9320/2542ฎีกา 2405/2534ฎีกา 8077/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา