⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 150/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทวงหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 119 เมื่อลูกหนี้ไม่ปฏิเสธภายในกำหนด ให้ถือว่าลูกหนี้เป็นหนี้เด็ดขาดเสมือนมีคำพิพากษา และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีสิทธิร้องขอบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ถือเสมือนมีคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงหนี้ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ เป็นการดำเนินการทวงหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 เมื่อลูกหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้ที่ทวงถามภายในกำหนดเวลา 14 วัน ต้องถือว่าลูกหนี้เป็นหนี้กองทรัพย์สินของเจ้าหนี้ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งไปเป็นการเด็ดขาด โดยถึงที่สุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 อันเป็นวันถัดจากวันครบกำหนดเวลาให้ปฏิเสธหนี้ ต้องถือเสมือนว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 กรณีเช่นนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการบังคับคดีไว้โดยเฉพาะ ซึ่งมาตรา 153 กำหนดให้นำบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 271 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอบังคับคดีภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 อันถือเสมือนว่าเป็นวันมีคำพิพากษา มิใช่นับแต่วันที่ศาลออกคำบังคับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาด และมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด เจ้าหนี้ ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๔ แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ทำหนังสือถึงลูกหนี้เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๙ ทวงถามให้จัดการชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน แต่ลูกหนี้ไม่ได้นำเงินมาชำระ หรือปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ภายในกำหนด ๑๔ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือโดยชอบ ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ดังนั้นจำนวนหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ทวงถามไปถือเป็นหนี้เด็ดขาด ซึ่งถือเสมือนว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ภายในกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๑ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้จึงชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีภายในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ จึงหมดสิทธิที่จะเรียกร้องเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ ย่อมต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๔ (๑) จึงเห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๗ (๑) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ เจ้าหนี้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงหนี้ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดเวลา ๑๔ วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ เป็นการดำเนินการทวงหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ เมื่อลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๙ ลูกหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้ที่ทวงถามภายในกำหนดเวลา ๑๔ วัน ต้องถือว่าลูกหนี้เป็นหนี้กองทรัพย์สินของเจ้าหนี้ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งไปเป็นการเด็ดขาดโดยถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ อันเป็นวันถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาให้ปฏิเสธหนี้ ซึ่งต้องถือเสมือนว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ จากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีอำนาจขอให้ศาลออกคำบังคับแก่ลูกหนี้ให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้และถ้าลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ก็อาจมีคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าลูกหนี้นั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา กรณีเช่นนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการบังคับคดีไว้โดยเฉพาะซึ่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ กำหนดให้นำบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอบังคับคดีภายในกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ อันถือเสมือนว่าเป็นวันมีคำพิพากษา มิใช่นับแต่วันที่ศาลออกคำบังคับดังที่เจ้าหนี้ฎีกา เพราะการออกคำบังคับเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นที่จะให้มีการดำเนินการบังคับคดีต่อไปเท่านั้น เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ ย่อมพ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีแล้ว หนี้ที่พ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีดังกล่าวไม่อาจนำมาขอรับชำระหนี้ได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2543 กรมสรรพากร โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด บริษัททัวร์รอแยลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำกัด - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน · จำเลย - บริษัททัวร์รอแยลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒนชัย โชติชูตระกูล · จำลอง สุขศิริ · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสอาด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 578/2550ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 3702/2534ฎีกา 57/2530ฎีกา 4432/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 7966/2544ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา