⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2884/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีอาญา ไม่กระทบกระเทือนถึงอายุความในการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาของผู้เสียหาย หากไม่มีการฟ้องคดีอาญา ให้บังคับตามอายุความคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อาศัยมูลคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์มาฟ้องจำเลยให้รับผิดทางแพ่งฐานละเมิด จึงเป็นฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้โจทก์เคยร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในความผิดฐานบุกรุกและฐานทำให้เสียทรัพย์ พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในความผิดดังกล่าวมาแล้ว ก็ไม่มีบทกฎหมายบัญญัติให้คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการดังกล่าว มีผลกระทบกระเทือนถึงอายุความในการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาของผู้เสียหายแต่อย่างใด เมื่อมูลคดีนี้ไม่มีผู้ใดฟ้องจำเลยทางอาญา กรณีจึงต้องนำ ป.วิ.อ. มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง มาใช้บังคับ มิใช่ถือเอาอายุความ 1 ปี ฐานละเมิดตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.51 ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๒๑๕,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ก่อนเริ่มต้นสืบพยาน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ และขอให้ศาลชั้นต้นเรียกสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๗๗๐๓/๒๕๔๑ มาผูกรวมกับสำนวนคดีนี้ ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์แล้ว โจทก์แถลงยอมรับข้อเท็จจริงว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นในมูลคดีเดียวกันนี้และศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี เนื่องจากโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๗๗๐๓/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น และมูลคดีนี้โจทก์เคยร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ แต่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้ว และหลังจากนั้นโจทก์ก็มิได้ยื่นฟ้องคดีอาญาด้วยตนเอง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วยกปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔ โดยวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ และพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยกล่าวหาว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญาโดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อศาลและเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า โจทก์มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๗๗๙/๒๕๓๖ ของศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการรื้อรั้วบ้านโจทก์และนำชี้ว่ารั้วบ้านโจทก์ด้านที่ติดกับบ้านเลขที่ ๑๔๒/๑ คือรั้วพิพาทตามหมายบังคับคดีในคดีแพ่งดังกล่าว และจำเลยได้สั่งให้คนงานทำการรื้อถอนทำลายแนวรั้วของโจทก์ดังกล่าว ทำให้โจทก์เสียหายโดยจำเลยรู้ดีอยู่แล้วว่า ความจริงโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวไปครบถ้วนแล้ว ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นกรณีที่โจทก์กล่าวหาว่า จำเลยกระทำความผิดทางอาญาฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและฐานทำให้เสียทรัพย์รวมกันมา ความเสียหายที่รั้วบ้านโจทก์ถูกรื้อถอนทำลายเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ของจำเลย โจทก์จึงอาศัยมูลคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยให้รับผิดทางแพ่งฐานละเมิดได้ ทั้งนี้โดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่า ความเสียหายของโจทก์เป็นผลเกิดจากการกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จของจำเลยด้วยหรือไม่ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้จะปรากฏตามคำแถลงรับของโจทก์ว่ามูลคดีอาญาดังกล่าวโจทก์เคยร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในความผิดฐานบุกรุกและฐานทำให้เสียทรัพย์ พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในความผิดดังกล่าวมาแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีบทกฎหมายบัญญัติให้คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการดังกล่าว มีผลกระทบกระเทือนถึงอายุความในการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาของผู้เสียหายแต่อย่างใด เมื่อคดีฟังได้ว่า มูลคดีนี้ไม่มีผู้ใดฟ้องจำเลยทางอาญา กรณีจึงต้องนำ ป.วิ.อ. มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคสอง มาใช้บังคับ มิใช่ถือเอาอายุความ ๑ ปี ฐานละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย? พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไป แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2543 นายดาบตำรวจสมบัติ พิบูลย์ โจทก์ ร้อยตำรวจตรีไป๋ ศรีสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดาบตำรวจสมบัติ พิบูลย์ · จำเลย - ร้อยตำรวจตรีไป๋ ศรีสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพินิจ สุเสารัจ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1603/2511ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 5494/2534ฎีกา 198/2564ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 7231/2538ฎีกา 2205/2537ฎีกา 2269/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 2562/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา