คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4287/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่าลูกหนี้ร่วมคนใดมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ร่วมแต่ละคน แม้ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งมีทรัพย์สินพอชำระหนี้ ก็ไม่ถือเป็นเหตุให้ลูกหนี้ร่วมอีกคนหนึ่งไม่ต้องล้มละลายหากมีหนี้สินล้นพ้นตัว.
ย่อคำพิพากษา
การพิจารณาว่าลูกหนี้ร่วมคนใดมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลายนั้น เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ร่วมแต่ละคน แม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่เมื่อโจทก์นำสืบว่า จำเลยที่ 2 ต้องข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวโดยจำเลยที่ 2 มิได้นำพยานเข้าสืบให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่นจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว และการที่จำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้แก่โจทก์ได้ ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ ถือได้ว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินมากพอและสามารถชำระหนี้แก่โจทก์ได้ทั้งหมด ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "การพิจารณาว่าลูกหนี้ร่วมคนใดมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ร่วมแต่ละคนดังนั้น การที่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว ย่อมเป็นเรื่องเฉพาะตัวของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์มีนายสมหมาย เมตตาทรัพย์ พนักงานสืบทรัพย์ลูกหนี้ของโจทก์มาเบิกความยืนยันว่านายสมหมายได้ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางขุนเทียน สาขาบางกะปิ สาขาบางกอกน้อยและสาขาหนองแขมแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ตามรายงานการสืบทรัพย์เอกสารหมาย จ.8 และในชั้นพิจารณา จำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีข้อต่อสู้หรือข้อเท็จจริงที่จะนำมาวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้แก่โจทก์ได้ กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 8(5) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เมื่อจำเลยที่ 2ไม่นำพยานเข้ามาสืบให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่นจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว และการที่จำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้แก่โจทก์ได้ ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4287/2543
บริษัท ทิพยสิน จำกัด โจทก์
นาย ชัชวาลย์หรือคณิน สุรเศรษฐ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ทิพยสิน จำกัด · จำเลย - นาย ชัชวาลย์หรือคณิน สุรเศรษฐ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พีรพล จันทร์สว่าง · จำลอง สุขศิริ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ