⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4563/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4563/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายพลัดตกจากที่สูงถึงแก่ความตาย ถือเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้อื่น การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยืนอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุและพยานโจทก์ ยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกระทำความผิดหรือให้การสนับสนุนจำเลยที่ 1

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ถอดกางเกงเดินเข้าไปเพื่อข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายในขณะที่ผู้ตายไม่ได้สวมกางเกงและยืนพิงลูกกรงระเบียงซึ่งสูงเพียงก้น โดยผู้ตายมิได้ยินยอมที่จะให้จำเลยที่ 1 กระทำชำเรานั้น จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ว่าหากผู้ตายหลบหลีกขัดขืนมิให้จำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราแล้วอาจจะตกลงไปจากระเบียงอาคารโรงเรียนถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้ตายดิ้นรนขัดขืนเพื่อมิให้จำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราจนผู้ตายพลัดตกลงไปจากระเบียงอาคารโรงเรียนจนได้รับบาดเจ็บและตายในเวลาต่อมา จึงเป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 1 อันเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กระทำอนาจาร พยายามข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้อื่น จำเลยทั้งสามขึ้นไปบนอาคารโรงเรียนพร้อมกัน ขณะที่จำเลยที่ 1 เดินเข้าไปเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยืนอยู่ข้างหน้าพยานโจทก์ซึ่งยืนอยู่ห่างผู้ตายประมาณ 1 วา พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมหรือสนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง, 80, 278, 288, 310, 83, 91 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง, 80, 278, 288, 310, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ (ที่ถูกจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ) 20 ปี จำเลยที่ 2 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, มาตรา 278 และมาตรา 291 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 1 อายุ 18 ปีเศษ มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำมีลักษณะร้ายแรงกิอให้เกิดผลร้ายจนผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ให้ลงโทษสถานหนัก จำคุก 10 ข้อหาอื่นให้ยก และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 ถอดกางเกงเดินเข้าไปเพื่อข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายในขณะที่ผู้ตายไม่ได้สวมกางเกงและยืนพิงลูกกรงระเบียงซึ่งสูงเพียงก้น โดยผู้ตายมิได้ยินยอมที่จะให้จำเลยที่ 1 กระทำชำเรานั้น จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ว่าหากผู้ตายหลบหนีขัดขืนมิให้จำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราแล้วอาจจะตกลงไปจากระเบียงอาคารโรงเรียนถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้ตายดิ้นรนขัดขืนเพื่อมิให้จำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราจนผู้ตายพลัดตกลงไปจากระเบียงอาคารโรงเรียนจนได้รับบาดเจ็บและตายในเวลาต่อมา จึงเป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 1 อันเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้ตาย พยานฐานที่อยู่จำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังหักล้างพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กระทำอนาจาร พยายามข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้อื่น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่มีความผิดฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น ได้ความจากคำเบิกความของนายธวัชพยานโจทก์เพียงว่า จำเลยทั้งสามขึ้นไปบนอาคารเรียนพร้อมกัน ขณะที่จำเลยที่ 1 เดินเข้าไปเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยืนอยู่ข้างหน้าพยานและพยานยืนอยู่ห่างจากผู้ตายประมาณ 1 วา พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมหรือสนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำผิด จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, มาตรา 278, มาตรา 288 และมาตรา 310 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4563/2543 พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายชำนาญหรือนาน ตามไวยหรือตามวัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายชำนาญหรือนาน ตามไวยหรือตามวัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย เกษชุมพล · ชวลิต ธรรมฤาชุ · สุมิตร สุภาดุลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายวิสุทธิ์ กลิ่นพร · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายมณฑล เกตุไทย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา