⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7332/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7332/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น หากผู้กระทำมีเจตนาฆ่าบุคคลทุกคนในกลุ่มที่ถูกยิง และย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำว่าอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยิง ด. ด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง โดยอาวุธปืนที่ใช้ยิงเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12 ซึ่งเป็นขนาดที่มีลำกล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในปัจจุบันแต่เป็นอาวุธปืนที่ประกอบขึ้นเอง ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความแม่นยำ กระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงเป็นกระสุนลูกปรายยิงนัดเดียวถูกหลายคนหลายที่ และเม็ดลูกปรายมีขนาดใหญ่สามารถทำให้กระดูกของผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกยิงถึงกับแตกและหักได้ ผู้เสียหายทั้งสามอยู่ห่างจำเลยออกไปไกลพอสมควร ในระยะที่เม็ดกระสุนลูกปรายกระจายตัวขยายวิถีกระสุนบานออกไปแล้ว ระยะยิงน่าจะห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตรขึ้นไป หากจำเลยเพียงแต่ใช้อาวุธปืนขู่และห้าม ด.ไม่ให้เข้ามาหรือยิงขู่น่าจะเพียงพอที่จะยับยั้ง ด.ให้เกรงกลัวและหลบหนีไป แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพประหัตประหารแต่ควบคุมวิถีกระสุนไม่ได้ยิงสาดใส่เข้าไปในทิศทางที่มิได้มีแต่ ด. ที่จะเข้ามาทำร้ายจำเลยคนเดียว จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน การที่จำเลยยิงเข้าใส่กลุ่มคนต้องถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุคคลทุกคนในกลุ่มนั้น เพราะย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำอยู่แล้วว่า อาจทำให้ทุกคนที่ถูกกระสุนลูกปรายดังกล่าวถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายทั้งสามไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ป.อ. มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๐, ๙๑, ๒๘๘, ๒๙๗ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๘, ๖๙ พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ ฐานพยายามฆ่าโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จำคุก ๑ ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๓ ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๒ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดฐาน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลงโทษปรับ ๖,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๘ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกินเหตุ จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด ๑๒ จำนวน ๑ กระบอกและกระสุนปืนลูกซองขนาดเดียวกัน ๒ นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าเป็นการทำที่เกิน สมควรแก่เหตุ เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน เมื่อ ด. ไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ตั้งใจจะยิง เพื่อต้องการฆ่า ด. แต่ยิงไปโดยไม่ได้เล็งปืนว่าจะถูกส่วนใด เป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว หากจำเลยไม่ยิง ด. ก็อาจใช้ขวานฟันจำเลยเป็นอันตรายถึงตายได้ จึงถือว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่เป็นความผิด ได้ความว่า จำเลยยิง ด. ด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง โดยอาวุธปืนที่ใช้ยิง เป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด ๑๒ ซึ่งเป็นขนาดที่มี ลำกล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในปัจจุบัน แต่เป็นอาวุธปืนที่ประกอบขึ้นเอง ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความแม่นยำและ จากบาดแผลของผู้เสียหายทั้งสามปรากฏอยู่ตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง น่าเชื่อว่า กระสุนปืนที่ใช้ยิงเป็นกระสุนลูกปราย เพราะยิงนัดเดียวถูกหลายคนหลายที่ และเม็ดลูกปรายจะต้องมีขนาดใหญ่ เพราะสามารถทำให้กระดูกของผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกยิงถึงกับแตกและหักได้ กระสุนลูกปรายอย่างนี้ เมื่อเหนี่ยวไกยิง เม็ดลูกปรายก็จะพรั่งพรูออกไป ถ้าเป้าหมายที่ถูกยิงอยู่ใกล้เม็ดลูกปรายยังรวมตัวกันอยู่เป็นกระจุก ก็ทำให้ถูกเป้าหมาย ณ จุดใดจุดหนึ่งที่จ่อยิงเพียงที่เดียวได้ แต่ถ้าเป้าหมายที่ถูกยิงอยู่ไกล เม็ดลูกปรายกระจัดกระจายบานตัวออกไปแล้ว ก็จะทำให้ถูกกระสุนปืนหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ คนในคราวเดียวกันได้เหมือนอย่างที่ปรากฏอยู่ในคดีนี้ ย่อมแสดงว่า ผู้เสียหายทั้งสามจะต้องอยู่ห่างจำเลยออกไปไกลพอสมควร ในระยะที่เม็ดกระสุนลูกปรายกระจายตัวขยายวิถีกระสุนบานออกไปแล้ว ระยะยิงน่าจะห่างไม่น้อยกว่าที่จำเลยยืนยันคือประมาณ ๕ เมตรขึ้นไป ในระยะห่างดังกล่าวหากจำเลยเพียงแต่ใช้อาวุธปืนขู่และห้าม ด. ไม่ให้เข้ามาหรือยิงขู่น่าจะเพียงพอที่จะยับยั้ง ด. ให้เกรงกลัวและหลบหนีไป แต่การที่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพประหัตประหาร แต่ควบคุมวิถีกระสุนไม่ได้ยิงสาดใส่เข้าไปในทิศทางที่มิได้มีแต่ ด. ที่จะเข้ามาทำร้ายจำเลยคนเดียวแต่มีบุคคลอื่นอีกหลายคนรวมอยู่ด้วยเช่นนี้ เห็นได้ว่าอาจทำให้บุคคลอื่นอีกหลายคนนั้นถูกเม็ดกระสุนลูกปรายของจำเลยถึงแก่ความตายไปด้วยได้ จึงเห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน การที่จำเลยยิงเข้าใส่กลุ่มคนอย่างนั้น ต้องถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุคคลทุกคนในกลุ่มนั้น เพราะย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำอยู่แล้วว่า อาจทำให้ทุกคนที่ถูกกระสุนลูกปรายดังกล่าวถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายทั้งสามไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ อีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๑ ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ เดือน โดยไม่รอการลงโทษเฉพาะความผิดฐานนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7332/2543 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์ นายบุญเยี่ยม คงเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน · จำเลย - นายบุญเยี่ยม คงเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิชาต สุขัคคานนท์ · ชวลิต ศรีสง่า · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน - นางสาวกนกพรรณ คงวรรณรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางวีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา