คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7906/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นสมาชิกหรือกรรมการของสหภาพแรงงานตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานนั้น ๆ เพื่อให้สหภาพแรงงานสามารถดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกและเจรจาต่อรองกับนายจ้างได้
ย่อคำพิพากษา
คุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสมาชิกหรือกรรมการหรืออนุกรรมการของสหภาพแรงงานซึ่งดำเนินการขอจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 100, 101(1) คือการเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานนั้น ๆ เพราะสหภาพแรงงานต้องมีวัตุประสงค์เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและระหว่างลูกจ้างด้วยกัน นอกจากนี้สหภาพแรงงานยังมีอำนาจหน้าที่ในการเรียกร้อง เจรจาทำความตกลงกับนายจ้างแทนสมาชิกเพื่อประโยชน์ของสมาชิกอีกด้วย โจทก์ที่ 2 พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไปแล้ว จึงขาดคุณสมบัติในข้อที่เป็นสาระสำคัญในการเป็นสมาชิกหรือกรรมการของสหภาพแรงงาน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.95 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.100 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.101
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สหภาพแรงงานเสริมสุข กับพวก · ในฐานะนายทะเบียนสำนักงาน - นายณรงค์ ฉิมธนู · จำเลย - บียนกลาง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปัญญา สุทธิบดี · กมล เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายประทีป อ่าววิจิตรกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา