⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10192/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10192/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สหภาพแรงงานประเภทที่ผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน สมาชิกของสหภาพแรงงานต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้เริ่มก่อการ โดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 88 มาตรา 89 วรรคหนึ่ง และมาตรา 95 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าสหภาพแรงงานมี 2 ประเภท คือ 1. สหภาพแรงงานประเภทที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน โดยสมาชิกของสหภาพแรงงานประเภทนี้ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงาน 2. สหภาพแรงงานประเภทที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน โดยสมาชิกของสหภาพแรงงานประเภทนี้ต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน โจทก์เป็นสหภาพแรงงานประเภทที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน ดังนั้นคุณสมบัติของสมาชิกโจทก์ต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงาน เมื่อโจทก์ยอมรับว่ากิจการที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นกิจการคนละประเภทกับที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานโจทก์ขอจดทะเบียนไว้ โจทก์ไม่อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวได้ การที่จำเลยทั้งสองไม่รับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.88 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.89 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยทั้งสอง และมีคำสั่งให้รับจดทะเบียนข้อบังคับ ข้อ 6 ของโจทก์ หากไม่สามารถทำได้ให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานภาค 2 คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าบริษัทเอ็น เอช เค สปริง (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ นายปรุงกับพวกรวม 9 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานพร้อมข้อบังคับต่อนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนประจำจังหวัดสมุทรปราการ นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นสหภาพแรงงานโจทก์ ต่อมาโจทก์ขอโอนทะเบียนมาขึ้นต่อนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา นายทะเบียนรับโอนทะเบียนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ประชุมใหญ่ของโจทก์มีมติให้แก้ไขข้อบังคับ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 6 ข้อ 25 และข้อ 38 วันที่ 10 มีนาคม 2551 โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับต่อจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ตรวจสอบแล้วเห็นว่าข้อบังคับที่ขอแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 25 และข้อ 38 ไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงได้รับจดทะเบียนไว้ ส่วนข้อ 6 ที่โจทก์ขอแก้ไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมาชิกนั้น จำเลยที่ 2 เห็นว่าเป็นการกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 95 ประกอบมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 จึงมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์เป็นสหภาพแรงงานประเภทที่ผู้จัดตั้งและสมาชิกเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน สมาชิกโจทก์จึงต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานตามมาตรา 88 และ 95 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 เมื่อนายปรุงกับพวกซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานโจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัทเอ็น เอช เค สปริง (ประเทศไทย) จำกัด และขณะขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานโจทก์บริษัทดังกล่าวประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ดังนั้นสมาชิกของโจทก์จึงต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เท่านั้น โจทก์ยอมรับตามคำฟ้องและหนังสือขออุทธรณ์ เหตุผลที่โจทก์ขอแก้ไขข้อบังคับ ข้อ 6 เนื่องจากนายจ้างขยายกิจการไปสู่หลายๆ ผลิตภัณฑ์ที่นอกเหนือจากชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประเภทชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์, ชิ้นส่วนเครื่องเล่น MP3, iPOD ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโลหะ แสดงว่ากิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และกิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะเป็นคนละประเภทกิจการกัน การที่โจทก์กำหนดเพิ่มประเภทกิจการอื่นไปด้วยจึงเป็นการกำหนดโดยมีเจตนาให้มีการรับสมาชิกในกิจการที่มีประเภทแตกต่างกันไปจากกิจการที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานเป็นลูกจ้างอยู่ อันเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้สหภาพแรงงานมีรูปแบบแตกต่างไปจากรูปแบบที่กฎหมายอนุญาตให้ลูกจ้างจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงาน จึงเป็นการแก้ไขที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 95 ประกอบมาตรา 88 การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงมิใช่เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล คำวินิจฉัยของจำเลยทั้งสองจึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าการที่จำเลยทั้งสองไม่รับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ข้อ 6 ของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่าการพิจารณาว่ากิจการใดเป็นกิจการประเภทเดียวกันนั้น ต้องพิจารณาว่ากิจการนั้นเป็นกิจการเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานในช่วงก่อตั้งเท่านั้น ถ้าจะต้องพิจารณายึดถือว่าเป็นประเภทนั้นตลอดไปน่าจะเป็นการตีความแคบเกินไปและเป็นปัญหาในทางปฏิบัติเพราะนายจ้างสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประกอบการได้เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ หากนายจ้างให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไปทำงานในประเภทผลิตภัณฑ์ใหม่ลูกจ้างจึงไม่น่าจะเสียสิทธิในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเดิม การที่โจทก์ขอแก้ไขข้อบังคับ ข้อ 6 ก็เพื่อให้ครอบคลุมสมาชิกเดิมของโจทก์เท่านั้น การที่สหภาพแรงงานจะมีความเข้มแข็งมีอำนาจต่อรองคุ้มครองสมาชิกได้ต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้ความสามารถของกรรมการบริหารด้วย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลโดยไม่มีเหตุสมควร เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 88 บัญญัติว่า "ผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน หรือเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน บรรลุนิติภาวะและมีสัญชาติไทย" มาตรา 89 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานนั้น ให้ลูกจ้างผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนเป็นผู้เริ่มก่อการยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยร่างข้อบังคับของสหภาพแรงงานอย่างน้อยสามฉบับ" และมาตรา 95 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานได้จะต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงาน และมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป" บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า สหภาพแรงงานมี 2 ประเภท คือ 1. สหภาพแรงงานประเภทที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน โดยสมาชิกของสหภาพแรงงานประเภทนี้ก็จะต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงาน 2. สหภาพแรงงานประเภทที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน โดยสมาชิกของสหภาพแรงงานประเภทนี้ก็จะต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน โจทก์เป็นสหภาพแรงงานประเภทที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือผู้เริ่มก่อการเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน ดังนั้นคุณสมบัติของสมาชิกโจทก์ก็ต้องเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงาน จึงไม่อาจตีความบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวไปในทางที่โจทก์อุทธรณ์ได้ เมื่อโจทก์ยอมรับว่ากิจการที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นกิจการคนละประเภทกับที่ผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานโจทก์ขอจดทะเบียนไว้ โจทก์ไม่อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ข้อ 6 ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวได้ การที่จำเลยทั้งสองไม่รับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ข้อ 6 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วและมิได้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลแต่ประการใด อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10192/2558 สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะ แห่งประเทศไทย โจทก์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย · จำเลย - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สุนันท์ ชัยชูสอน
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1868/2533ฎีกา 2572/2534ฎีกา 7983/2547ฎีกา 1677-1678/2526ฎีกา 1540/2524ฎีกา 3618/2529ฎีกา 2235/2537ฎีกา 7906/2543ฎีกา 739-740/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ