⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8906/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8906/2543

ป.พ.พ. ม.196

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเป็นเงินไทย ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน โดยพิจารณาจากวันที่ลูกหนี้ได้ชำระหนี้จริง

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 196 การชำระหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเป็นเงินไทย ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน คดีนี้เมื่อโจทก์ผู้รับประกันภัยได้จ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัย ณ วันใด ถือว่าความเสียหายที่แท้จริงของโจทก์เกิดขึ้น ณ วันนั้น จึงต้องคิดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐซึ่งกำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยกับเงินไทย ณ วันที่โจทก์จ่ายไปจริง ไม่ใช่วันเกิดเหตุละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.196

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.196 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๖๓,๓๘๖.๗๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ โดยให้คิดเป็นอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐกับสกุลบาทไทย ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ณ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๗ แล้วให้นำเงินจำนวน ๕๓,๑๒๗.๕๐ บาท หักออกจากเงินที่คำนวณได้คงเหลือเท่าใดให้รับผิดเพียงนั้น และนำมาคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินคงเหลือนับแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๖๓,๓๘๖.๗๒ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า ขณะที่ บ. ควบคุมเรือยนต์โชคดีวัฒนาลากจูงเรือฉลอมไม้บรรทุกข้าวสารของบริษัทเสริมวินอินดัสตรี จำกัด ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ แล่นทวนน้ำมาในลำแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งด้านซ้ายจากท่าเรือคลองขุด จังหวัดสมุทรปราการ มุ่งหน้าไปที่ท่าเทียบเรือเลขที่ ๔๕ (ท่าอันฟองเหลา) เพื่อขนสินค้าขึ้นเรือเดินทะเลเพื่อส่งต่อไปยังประเทศสิงคโปร์ ขณะเดียวกันจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ควบคุมเรือเดินทะเลชื่อบางกอกน้อยจากสะพานพระราม ๙ แล่นตามน้ำสวนทางมามุ่งหน้าไปทางปากอ่าวเพื่อส่งมอบเรือดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อจากจำเลยที่ ๒ เมื่อถึงบริเวณหน้าท่าทรายวัดแจงร้อน เขตราษฎร์บูรณะ เรือเดินทะเลบางกอกน้อยได้เฉี่ยวชนกับเรือฉลอมที่กราบเรือด้านขวา ทำให้เรือฉลอมแตกรั่วและจมลง ข้างสารที่บรรทุกมาจมน้ำทั้งหมด โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยสินค้าจึงได้ให้บริษัทแอสโซซิเอทมารีนเซอร์เวเยอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สำรวจความเสียหายและชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๓๒,๖๔๗.๙๑ ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ๘๑๖,๕๒๔.๒๒ บาท ให้แก่บริษัทเสริมวินอินดัสตรี จำกัด ผู้เอาประกันไปแล้ว และเมื่อหักค่าขายซากสินค้าออกแล้ว คงเหลือความเสียหายของโจทก์ ๗๖๓,๓๘๖.๗๒ บาท ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า ค่าเสียหายมีเพียงใด โจทก์นำสืบว่าข้าวสารที่จมน้ำเสียหายมีจำนวน ๑,๔๑๗ กระสอบ มูลค่าที่เอาประกันจำนวน ๓๓,๘๗๙.๙๐ ดอลลาร์สหรัฐ หลังเกิดเหตุแล้วบริษัทเสริมวินอินดัสตรี จำกัด เรียกร้องให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยจำนวน ๓๒,๖๔๗.๙๑ ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินไทย ๘๑๖,๕๒๔.๒๒ บาท โจทก์จ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ได้นำสืบโต้แย้ง จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้วจริง คงมีปัญหาว่าจะคิดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐซึ่งกำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยกับเงินไทย ณ วันที่เกิดเหตุละเมิดหรือวันที่โจทก์จ่ายไปจริง เห็นว่า ความเสียหายที่แท้จริงของโจทก์เกิดขึ้นเมื่อโจทก์ได้จ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้วจริง จึงต้องคิดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น ไม่ใช่ในวันเกิดเหตุละเมิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8906/2543 บริษัทวิธสินประกันภัย จำกัด โจทก์ นายประสิทธิ์ ศิลพิพัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิธสินประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายประสิทธิ์ ศิลพิพัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผล อนุวัตรนิติการ · ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินัย สร้อยพลอย · ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3352/2529ฎีกา 1223/2473ฎีกา 3425/2545ฎีกา 2103/2532ฎีกา 3934/2546ฎีกา 1772/2542ฎีกา 1945-1946/2545ฎีกา 7916/2546ฎีกา 9784/2556ฎีกา 999/2497ฎีกา 8563/2547ฎีกา 2560/2539ฎีกา 13-34/2545ฎีกา 124/2490ฎีกา 5658/2561ฎีกา 5827/2543ฎีกา 4609/2540ฎีกา 246/2488ฎีกา 952/2504ฎีกา 2512/2544ฎีกา 2669/2544ฎีกา 568/2548ฎีกา 939/2537ฎีกา 5020/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา