⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1555/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานยักยอกเงินงบประมาณแผ่นดินที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ ถือเป็นการกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี มีหน้าที่เบิกเงินงบประมาณตามคำสั่งโรงพยาบาลบันนังสตา จำเลยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีมานานถึง 14 ปี ย่อมทราบระเบียบเกี่ยวกับการรักษาเงินเป็นอย่างดี จำเลยเก็บเงินงบประมาณแผ่นดินที่โรงพยาบาลเบิกมาเพื่อจ่ายค่าเวชภัณฑ์ที่สั่งซื้อ จำเลยควรนำเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลและต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงการคลัง แต่จำเลยกลับลงหลักฐานทางบัญชีเป็นเท็จว่าได้ชำระเงินทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้จ่าย และนำเงินนั้นมาเก็บไว้และเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตน นับแต่วันที่รับเงินมาจนกระทั่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบเป็นเวลาถึง 6 เดือน พฤติการณ์ของจำเลยฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนโดยทุจริต จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 147

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ จำคุก ๕ ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ๔ โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา มีหน้าที่เบิกเงินงบประมาณตามคำสั่งโรงพยาบาลบันนังสตา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๓๖ โรงพยาบาลบันนังสตาสั่งซื้อเวชภัณฑ์จากบริษัทฟาร์เมทแอนด์ซายน์ จำกัด เป็นเงิน ๑๙,๐๐๐ บาท ได้ส่งมอบและตรวจรับถูกต้องแล้ว โรงพยาบาลบันนังสตาได้ขออนุมัติจ่ายเงินต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลาได้อนุมัติและเบิกเงินจากสำนักงานคลังจังหวัดยะลา โรงพยาบาลบันนังสตาโดยนายแพทย์สุริยะ สุพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้มอบฉันทะให้จำเลยเป็นผู้รับเงิน สำนักงานคลังจังหวัดยะลา จ่ายเงินให้โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คจำนวนเงิน ๑๘,๘๒๒.๔๓ บาท ส่วนที่เหลือหักไว้เป็นค่าภาษี จำเลยได้ลงรายการรับเช็คไว้ในสมุดรับเช็คแล้วนำเช็คไปเรียกเก็บเงินและลงบัญชีรับเงินไว้ในสมุดเงินสดเอกสารหมาย จ.๗ เงินจำนวน ๑๘,๘๒๒.๔๓ บาท จำเลยเก็บไว้เอง ต่อมาจำเลยได้ชำระเงินค่าเวชภัณฑ์ให้แก่บริษัทฟาร์เมทแอนด์ซายน์ จำกัด แล้วตามเอกสารหมาย ป.จ.๑ มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกหรือไม่นั้น จำเลยได้รับเช็คจากสำนักงานคลังจังหวัดยะลาและนำไปเรียกเก็บเงินมาเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ จำเลยจ่ายเงินให้แก่บริษัท ฟาร์เมทแอนด์ซายน์ จำกัด เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๗ ตามเอกสารหมาย ป.จ.๑ ก่อนจะจ่ายเงินให้แก่บริษัท จำเลย รับว่าจำเลยเก็บเงินไว้กับตัวจำเลย ส่วนว่าจะต้องชำระเงินให้แก่บริษัทและส่งหลักฐานการรับเงินคืนให้สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดยะลาภายในระยะเวลาเท่าใด พยานโจทก์เบิกความถึงกำหนดเวลาที่ต้องปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว แตกต่างกัน ทั้งโจทก์ก็มิได้ส่งระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพยาน จึงไม่ทราบว่ากระทรวงการคลังได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการชำระเงินและการส่งหลักฐานคืนจะต้องกระทำภายในกำหนดเวลาเท่าใด เมื่อข้อเท็จจริง ฟังได้ว่าจำเลยได้ทำบันทึกในสมุดรับเช็คว่าได้จ่ายเงินให้แก่บริษัทไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๓๖ และจำเลยเพิ่ง จ่ายเงินให้แก่บริษัทเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๗ และตามรายงานการตรวจสอบสืบสวนจำเลยได้ให้ปากคำต่อผู้ตรวจว่าส่งเงินให้แก่บริษัทล่าช้าเนื่องจากจำไม่ได้ว่านำไปใช้อะไรบ้าง จำเลยรับว่าเก็บเงินไว้กับตัวจำเลย เงินดังกล่าวเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่โรงพยาบาลบันนังสตาเบิกมาเพื่อจ่ายค่าเวชภัณฑ์ที่ได้สั่งซื้อ เมื่อยังไม่ได้จ่ายจำเลยควรนำเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลบันนังสตาและต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงการคลัง จำเลยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีนานถึง ๑๔ ปี ย่อมทราบระเบียบเกี่ยวกับการรักษาเงินเป็นอย่างดีแต่กลับลงหลักฐานทางบัญชีเป็นเท็จว่าได้ชำระเงินให้แก่บริษัทแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้จ่ายนำเงินนั้นมาเก็บไว้และเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตน นับแต่วันที่รับเงินมาจนกระทั่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๑๒ ตรวจพบเป็นเวลาถึง ๖ เดือน พฤติการณ์ของจำเลยฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนโดยทุจริต จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555/2544 พนักงานอัยการจังหวัดยะลา โจทก์ นางสมพรหรือจิณฑ์จุฑา เจ๊ะเด็ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นางสมพรหรือจิณฑ์จุฑา เจ๊ะเด็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา กษิตินนท์ · ชนะ ภาสกานนท์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายจำรัส เพ็ชรสุวรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายประจวบ กระจ่างทิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1092/2505ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1172/2511ฎีกา 185/2566ฎีกา 605/2511ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3620/2566ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา