⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2039/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งสามีภริยาทำไว้ต่อกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างได้ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากัน หรือจะบอกล้างขณะที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ก็ได้

ย่อคำพิพากษา

บันทึกข้อตกลงตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.5 แม้จะมีข้อตกลงว่าโจทก์และจำเลยตกลงหย่ากัน แต่ตราบใดที่ยังไม่ไปจดทะเบียนหย่าก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยยังเป็นสามีภริยากันเมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับ ทรัพย์สินด้วย จึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 โจทก์ฟ้องขอหย่า การที่จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งอ้างว่าบอกเลิกสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่โจทก์จำเลย ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากันแล้วย่อมถือได้ว่าคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการแสดงเจตนา บอกล้างไปในตัว และเป็นการบอกล้างในขณะเป็นสามีภริยากันอยู่ยังไม่มีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ถือได้ว่าบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ดังกล่าว จำเลยได้มีการบอกล้างแล้ว จึงไม่มีผลบังคับแก่โจทก์จำเลยอีก ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 500,000 บาท เกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่โจทก์ได้ หากโจทก์มีสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวแก่กันตามสิทธิต่อไป จำเลยซึ่งเป็นสามีโจทก์มีฐานะดี ส่วนโจทก์ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายของประจำห้างสรรพสินค้า มีเงินเดือนเพียงเดือนละประมาณ 4,000 บาท โจทก์ยังต้องเช่าบ้านอยู่ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันและให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองและอุปการะเลี้ยงดูของจำเลยฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองให้จำเลยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1469 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1520 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1522 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาด จากการเป็นสามีภริยา ให้เพิกถอนอำนาจปกครองบุตรทั้งสองของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร แต่เพียงผู้เดียวให้จำเลยชำระเงินสินสมรสจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามที่จำเลยได้ทำบันทึกข้อตกลงกับโจทก์และให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองคนในอัตราเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท จนกระทั่งเด็กชายอภิวัฒน์ ตาลสกุล มีอายุ ๑๐ ปี และในอัตราเดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท จนกระทั่งเด็กชายอภิวัฒน์บรรลุนิติภาวะ จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและให้พิพากษาให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ เพิกถอนอำนาจปกครองบุตรทั้งสองของโจทก์โดยให้จำเลยเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรทั้งสองแต่ผู้เดียว กับให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองแก่จำเลยเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท ไปจนกว่าบุตรทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างการพิจารณา โจทก์และจำเลยตกลงกันได้ในประเด็นหย่าโดยยินยอมหย่าขาดจากกันตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๐ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชายถิระวัฒน์ ตาลสกุลและเด็กชายอภิวัฒน์ ตาลสกุล บุตรผู้เยาว์ทั้งสองเพียงผู้เดียว คำขออื่นนอกจากนี้ของโจทก์และจำเลยให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาโดย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๓ มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือเด็กชายถิระวัฒน์ ตาลสกุล เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๔ และเด็กชายอภิวัฒน์ ตาลสกุล เกิดเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๕ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๗ โจทก์และจำเลยตกลงที่จะหย่ากันโดยให้ร้อยตำรวจเอกขวัญชัย กองศักดิ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวทำบันทึกข้อตกลงไว้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า จำเลยต้องชำระเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์หรือไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี ซึ่งศาลชั้นต้นได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญาเพราะตามบันทึกข้อตกลงตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.๕ ไม่ได้ให้สิทธิไว้ จำเลยก็ได้ยกขึ้นอุทธรณ์ว่า จำเลยยกเลิกสัญญาแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเป็นการไม่ชอบ จำเลยจึงมีสิทธิยกขึ้นฎีกา เห็นว่า บันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.๕ แม้จะมีข้อตกลงว่าโจทก์และจำเลยตกลงหย่ากันแต่ตราบใดที่ยังไม่ไป จดทะเบียนหย่าก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันอยู่ เมื่อข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.๕ มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่โจทก์จำเลยได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากันนั้น ดังนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้? ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๔๖๙ เมื่อจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ได้บอกเลิกข้อตกลงแล้วโจทก์ไม่ได้ให้การแก้ฟ้องแย้งปฏิเสธว่าไม่มีการบอกล้าง จึงถือว่าโจทก์ยอมรับตามที่จำเลยให้การและฟ้องแย้ง นอกจากนี้คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอหย่า การที่จำเลยยื่นคำให้การและอ้างว่าบอกเลิกข้อตกลงแล้ว ย่อมถือได้ว่าคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการแสดงเจตนาบอกล้างไปในตัว และเป็นการบอกล้างในขณะยังเป็นสามีภริยากันอยู่ ยังไม่มีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ถือได้ว่าบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.๕ ดังกล่าว จำเลยได้มีการบอกล้างแล้วจึงไม่มีผลบังคับแก่โจทก์จำเลยอีก ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.๕ ให้แก่โจทก์ได้ หากโจทก์มีสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอย่างไรก็ชอบที่จะไปกล่าวแก่กันตามสิทธิต่อไป ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองแก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยมีฐานะดี ส่วนโจทก์ก็เบิกความว่า ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายของประจำห้างสรรพสินค้า มีเงินเดือนเพียงเดือนละประมาณ ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยก็นำสืบทำนองเดียวกันนอกจากนี้โจทก์ยังต้องเช่าบ้านอยู่ การที่ศาลล่างทั้งสองให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองเลี้ยงดูบุตรของจำเลยฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองทั้งสองให้จำเลยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงิน จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะไปฟ้องแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาเป็นคดีใหม่ภายในอายุความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2544 นางละออง ตาลสกุล โจทก์ นายทรงวัฒน์ ตาลสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละออง ตาลสกุล · จำเลย - นายทรงวัฒน์ ตาลสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชวลิต ศรีสง่า · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายธวัชชัย ถาวรสุจริตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย นาคขาว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 620/2492ฎีกา 1002/2537ฎีกา 2460/2539ฎีกา 15067/2555ฎีกา 15028/2557ฎีกา 319/2530ฎีกา 1123/2487ฎีกา 2558/2532ฎีกา 8739/2551ฎีกา 2960/2548ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1083/2509ฎีกา 6256/2541ฎีกา 377/2493ฎีกา 1649/2534ฎีกา 5191/2540ฎีกา 257/2485ฎีกา 3596/2546ฎีกา 3714/2548ฎีกา 6244/2550ฎีกา 4211/2531ฎีกา 750/2533ฎีกา 2971/2544ฎีกา 1679/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา