คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2267/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ให้งดการบังคับคดีเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม เป็นคำสั่งที่เด็ดขาดตามกฎหมาย ผู้ที่ได้รับคำสั่งไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
แม้คำร้องของจำเลยจะระบุว่าขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการขอให้งดการบังคับคดีเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 293 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน คดีนี้จำเลยฟ้องโจทก์ที่ศาลอื่นจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้ได้ และเมื่อศาลมีคำสั่งตามคำร้องดังกล่าวไม่ว่าจะสั่งให้มีผลในทางใด คำสั่งของศาลย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 11,400 บาท ค่าชดเชยจำนวน 108,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี จากต้นเงินค่าจ้างค้างจ่ายนับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน2540 อันเป็นวันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 25,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องแย้งของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน
โจทก์ขอหมายบังคับคดีเพื่อบังคับตามคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า จำเลยได้เป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5170/2542 ฟ้องโจทก์ที่ 1 เป็นจำเลย ข้อหาฉ้อโกง โดยมีคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายและได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ที่ 2 เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดมีนบุรีข้อหาละเมิด ซึ่งรูปคดีของจำเลยมีโอกาสชนะคดีเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยวิธีอื่นเพราะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ ขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนจนกว่าคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ทั้งสองจะถึงที่สุด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องของจำเลยแล้วเห็นว่าจำเลยเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ที่ 1 ยังศาลจังหวัดสระบุรี และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ที่ 2 ยังศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งเป็นคดีที่ฟ้องยังศาลอื่น ไม่สามารถหักกลบลบหนี้กันได้ จึงไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคแรก จึงให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์
จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้
พิเคราะห์แล้ว คำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2544แม้จะระบุที่มุมบนด้านซ้ายขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการให้งดการบังคับคดีเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 293 วรรคแรก ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน คดีนี้จำเลยฟ้องโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ที่ศาลอื่น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้กันได้ตามมาตรา 293 วรรคแรก และมาตรา 293 วรรคสามที่แก้ไขใหม่บัญญัติให้คำสั่งของศาลตามมาตรานี้เป็นที่สุดหมายความว่า เมื่อศาลมีคำสั่งตามคำร้องดังกล่าวแล้วไม่ว่าจะสั่งให้มีผลในทางใดก็ให้เป็นที่สุด ดังนั้นคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งยกคำร้องของจำเลยจึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2267/2544
นาง กาญจนา ชัชวงศ์ โจทก์
บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง กาญจนา ชัชวงศ์ · จำเลย - บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · จรัส พวงมณี |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ