⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5314/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5314/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ทำสัญญารับสภาพหนี้ ถือเป็นการละเสียซึ่งอายุความที่ครบบริบูรณ์แล้ว และเริ่มนับอายุความใหม่ต่อไปตั้งแต่วันรับสภาพหนี้

ย่อคำพิพากษา

มูลหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินมีกำหนดอายุความ 3 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1001 เจ้าหนี้นำหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายก่อนที่ตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับจะครบกำหนดอายุความ เป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องจึงมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 173 (เดิม) แม้ต่อมาเจ้าหนี้ได้ถอนฟ้องคดีล้มละลายดังกล่าวอันเป็นผลให้ไม่นับว่าเป็นเหตุให้อายุความ สะดุดหยุดลงตามมาตรา 174 (เดิม) ก็ตาม แต่เมื่อกำหนดอายุความตามตั๋วสัญญาใช้เงินได้ล่วงพ้นไปแล้วลูกหนี้ ได้ทำสัญญารับสภาพหนี้ยินยอมรับผิดชดใช้หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินและหนี้อื่น ๆ ต่อเจ้าหนี้ ถือได้ว่าลูกหนี้ได้ละเสียซึ่งอายุความที่ครบบริบูรณ์แล้ว และเริ่มนับอายุความใหม่ต่อไปตั้งแต่วันรับสภาพหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.174 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1001 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ไว้เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๖ เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ระหว่างวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๗ จำนวน ๑๗ ฉบับ พร้อมดอกเบี้ย จำนวนเงิน ๒๙,๐๒๓,๙๕๒.๘๒ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๔ แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๖ เป็นการยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังจากมูลหนี้ขาดอายุความแล้ว ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๔ (๑) ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามรายงานความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้ได้ เป็นเงินจำนวน ๒๙,๐๒๓,๙๕๒.๘๒ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา ๑๓๐ (๘) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ โดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๗ ลูกหนี้ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ รวม ๑๗ ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒,๑๗๒,๖๖๒ บาท เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับครบกำหนด ลูกหนี้เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ ต่อมาวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ เจ้าหนี้จึงได้ฟ้องลูกหนี้ในมูลหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเป็นคดีล้มละลาย ต่อศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ล.๖๑/๒๕๓๐ ในระหว่างพิจารณาคดีล้มละลายเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ ลูกหนี้ ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จึงได้ถอนฟ้องคดีล้มละลายเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๓๓ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า เจ้าหนี้นำหนี้ดังกล่าวมาขอรับชำระหนี้ได้หรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า การที่เจ้าหนี้ถอนฟ้องคดีล้มละลายย่อมเป็นการลบล้างผลแห่งการยื่นฟ้องให้ถือว่า อายุความไม่เคยสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓ /๑๗ วรรคแรก และลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ เป็นระยะเวลาภายหลังจากที่หนี้ขาดอายุความแล้วและเป็นการรับสภาพความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓/๓๕ มีกำหนดอายุความ ๒ ปี เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๖ จึงเป็นเวลาภายหลังจากที่หนี้ขาดอายุความแล้ว เห็นว่า มูลหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินมีกำหนดอายุความ ๓ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๑ เจ้าหนี้ได้นำหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฟ้องลูกหนี้เป็น คดีล้มละลายก่อนที่ตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับจะครบกำหนดอายุความ เป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานมีสิทธิเรียกร้องไม่ใช่เป็นเพียงการฟ้องคดีเพื่อให้จัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลายแต่อย่างเดียว จึงมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓ (เดิม) แม้ต่อมาเจ้าหนี้ได้ถอนฟ้องคดีล้มละลายดังกล่าวอันเป็นผลให้ไม่นับว่าเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๗๔ (เดิม) ก็ตาม แต่เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ ซึ่งกำหนดอายุความตามตั๋วสัญญาใช้เงินได้ล่วงพ้นไปแล้ว ลูหนี้ได้ทำสัญญารับสภาพหนี้ยินยอมรับผิดชดใช้หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินและหนี้อื่น ๆ ต่อเจ้าหนี้ ถือได้ว่าลูกหนี้ได้ละเสียซึ่งอายุความที่ครบบริบูรณ์แล้ว และเริ่มนับอายุความใหม่ต่อไปตั้งแต่วันรับสภาพหนี้ เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รายนี้เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๖ จึงไม่ขาดอายุความซึ่งมีกำหนดเวลา ๓ ปี เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้รายนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาอนุญาตให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้ในมูลหนี้รายนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5314/2544 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด เจ้าหนี้ บริษัทลักษณ์ขนส่งและก่อสร้าง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · เจ้าหนี้ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - บริษัทลักษณ์ขนส่งและก่อสร้าง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒนชัย โชติชูตระกูล · พิชัย เตโชพิทยากูล · พีรพล จันทร์สว่าง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายวรพจน์ อินทวดี · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 2634/2534ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 997/2510ฎีกา 1679/2551ฎีกา 1890/2537ฎีกา 2649/2522ฎีกา 6555/2542ฎีกา 1401/2537ฎีกา 8853/2550ฎีกา 5303/2533ฎีกา 8795/2551ฎีกา 1282-1288/2502ฎีกา 6052/2531ฎีกา 2006/2528ฎีกา 6066/2539ฎีกา 1064/2522ฎีกา 4799/2539ฎีกา 581/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา