⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 660/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งกระทำการละเมิดต่อโจทก์ แม้ต่อมาจะโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำละเมิดนั้นให้แก่บุคคลอื่นไปแล้ว โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิฟ้องบังคับให้บุคคลนั้นรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของตนได้ โดยไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้รับโอน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์อ้างการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำเป็นคำฟ้องที่ต้องบังคับแก่จำเลยโดยตรงได้ เพราะผู้กระทำการละเมิดโจทก์คือจำเลย และเป็นการขอให้รื้อถอนเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ แม้จำเลยจะโอนที่ดินแปลงที่บ้านและเล้าไก่ปลูกอยู่ให้ ป. บุตรชายไปก่อนแล้วก็ตาม การบังคับจำเลยให้รื้อถอนเล้าไก่เฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ก็หาได้กระทบกระเทือนสิทธิใด ๆ ของ ป. ผู้รับโอนที่ดินจากจำเลยแต่อย่างใดไม่ ดังนี้ศาลจึงอาจพิพากษาให้ตามคำขอท้ายฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4359 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 33 ตารางวาจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2037 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 1 งาน 93 ตารางวาเมื่อเดือนมีนาคม 2540 โจทก์เข้าไปในที่ดินของโจทก์พบว่าจำเลยสร้างเล้าไก่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ทำที่ดินให้เป็นดังเดิมและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไปให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 2037 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา มาตั้งแต่ปี 2521 จำเลยปลูกสร้างบ้านบนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน จำเลยมิได้สร้างเล้าไก่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จำเลยยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายปรีชา ประทุม บุตรชายของจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2539 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายปรีชา ประทุม ทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนเล้าไก่ออกจากที่ดินของโจทก์ทำที่ดินของโจทก์ให้เป็นดังสภาพเดิม ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไปและชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว (ฟ้องวันที่ 5 มิถุนายน 2540) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีของโจทก์สามารถบังคับคดีแก่จำเลยได้ เพราะจำเลยรับแล้วว่าเป็นผู้ปลูกสร้างเล้าไก่ในที่พิพาทจริงนั้น คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้ปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์ ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดสูงกว่าสภาพความเป็นจริงและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยเฉพาะประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องที่ให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่ความโดยตรง พิพากษาให้ตามคำขอท้ายฟ้องไม่ได้ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นปัญหาว่าจำเลยปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์หรือไม่ และในประเด็นเรื่องค่าเสียหาย เห็นว่า เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์ อ้างการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ เป็นคำฟ้องที่ต้องบังคับแก่จำเลยโดยตรงได้ เพราะผู้กระทำการละเมิดโจทก์คือจำเลย การขอบังคับก็ขอให้รื้อถอนเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์แม้จำเลยจะโอนที่ดินแปลงที่บ้านและเล้าไก่ปลูกอยู่ให้นายปรีชา ประทุมบุตรชายไปก่อนแล้วก็ตาม การบังคับจำเลยให้รื้อถอนเล้าไก่เฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ก็หาได้กระทบกระเทือนสิทธิใด ๆ ของนายปรีชาผู้รับโอนที่ดินจากจำเลยแต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นว่า จำเลยโอนที่ดินที่ปลูกสร้างเล้าไก่ให้นายปรีชาแล้ว การบังคับคดีแก่จำเลยตามคำฟ้องกระทำไม่ได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์หรือไม่ และประเด็นเรื่องค่าเสียหาย เพื่อให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาใหม่" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9พิพากษาคดีใหม่ตามอุทธรณ์จำเลยต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2544 นางสาว วรรณดี สุขยะฤกษ์ โจทก์ นาย สุทธิ์ ประทุม โดยนาย ปรีชา ประทุม ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว วรรณดี สุขยะฤกษ์ · จำเลย - นาย สุทธิ์ ประทุม โดยนาย ปรีชา ประทุม ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุเมธ ตังคจิวางกูร · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ