⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7201/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7201/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วันได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก่อน

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของจำเลยฉบับแรกเป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลย และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ จำเลยย่อมเข้าใจว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าวเมื่อจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จำเลยก็ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับแรกก่อนเพราะเป็นคนละกรณีกันกับอุทธรณ์ฉบับหลังซึ่งเป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 859,318.14 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี จากต้นเงิน713,476.82 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้นำทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระแก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง วันที่ 2 มีนาคม 2543 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า ให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้เสียก่อนแล้วจะพิจารณาสั่ง วันที่ 9 มีนาคม 2543 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1 วางเงินจำนวน 21,482.50 บาท และค่าทนายความจำนวน8,000 บาท ต่อศาล ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 10 มีนาคม 2543 ว่ารับอุทธรณ์สำเนาให้โจทก์แก้ให้จำเลยที่ 1 นำส่งภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งอุทธรณ์ไปส่งไม่พบให้ปิดและในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2543 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ในตอนแรกว่าให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน ว่าอุทธรณ์นี้เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท แต่เจ้าหน้าที่รายงานว่าจำเลยที่ 1 ผู้อุทธรณ์มิได้นำค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าวมาวางจนพ้นกำหนดเวลาที่ศาลสั่งให้นำมาวางให้ครบถ้วนแล้ว จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้วางเงินค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้เสียก่อน แล้วจะพิจารณาสั่ง จำเลยที่ 1 ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นและในวันที่ 9 มีนาคม 2543จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์อีกฉบับหนึ่งโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1วางค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าว จึงกลายเป็นจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์เป็น 2 ฉบับสำหรับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 เป็นอุทธรณ์คำสั่งอย่างหนึ่งก็ตามแต่ก็ไม่มีกฎหมายใดรองรับว่าจำเลยที่ 1 อาจกระทำเช่นนี้ได้และการยื่นอุทธรณ์ฉบับดังกล่าวเป็นเวลาก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2543 จึงมิใช่กรณีจำเลยที่ 1 อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ตามมาตรา 232, 234 และ 236 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 เสียและคืนค่าขึ้นศาล100 บาท แก่จำเลยที่ 1 ต่อไป จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบนั้น เห็นว่า ปรากฏตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2543 หน้าสุดท้ายมีรอยตรายางประทับไว้ว่า ค่าขึ้นศาล21,482.50 บาท และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้วางค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ เช่นนี้ จำเลยที่ 1 ย่อมเข้าใจว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาล 21,482.50 บาท เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จำเลยที่ 1 ก็ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาทได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับแรกลงวันที่ 2มีนาคม 2543 ก่อน เพราะเป็นคนละกรณีกัน เนื่องจากอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2มีนาคม 2543 เป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 1 แต่อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543เป็นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543 ของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6ดำเนินการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 มีนาคม 2543แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7201/2544 ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน โจทก์ พันเอก ธานินทร์ สมานทรัพย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน · จำเลย - พันเอก ธานินทร์ สมานทรัพย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 8672/2553ฎีกา 3251/2534ฎีกา 3470/2526ฎีกา 5150/2552ฎีกา 70/2518ฎีกา 100/2540ฎีกา 2222/2522ฎีกา 801/2515ฎีกา 2698/2549ฎีกา 1843/2533ฎีกา 3771/2536ฎีกา 5713/2537ฎีกา 753/2543ฎีกา 89/2502ฎีกา 1726/2536ฎีกา 1404/2520ฎีกา 4678/2536ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 216/2532ฎีกา 1365/2530ฎีกา 5589/2536ฎีกา 123/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ