⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8099/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8099/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขคำฟ้องที่เกี่ยวกับสาระสำคัญแห่งคดี หลังจากที่ฝ่ายจำเลยได้สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องขอเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินตามฟ้อง อ้างว่าโจทก์หลงลืมและโจทก์เพิ่งทราบในภายหลังว่าตามกฎหมายสามารถเรียกร้องดอกเบี้ยได้ หลังจากที่ศาลแรงงาน สืบพยานจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่นำพยานเข้าสืบก่อนเสร็จสิ้นแล้ว แต่เหตุที่โจทก์อ้างก็ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันสมควรที่โจทก์ไม่อาจรู้หรือไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จึงไม่เข้ากรณีที่โจทก์จะขอแก้ไขคำฟ้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 180 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินโบนัสจำนวน ๑๑๕,๐๐๐ บาท และเงินสะสมจำนวน ๑๙๐,๘๕๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ต่อมาศาลแรงงานกลางสืบพยานจำเลยเสร็จแล้วและนัดสืบพยานโจทก์ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ดังกล่าว ก่อนเริ่มพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องโดยขอคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากเงินโบนัสและเงินสะสมตามฟ้อง ทนายจำเลยคัดค้านว่าโจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากที่จำเลยสืบพยานเสร็จแล้วทำให้จำเลย เสียเปรียบ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำฟ้องก่อนสืบพยานอีกฝ่ายเสร็จสิ้น ทำให้ เสียเปรียบกันในเชิงคดี จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ แก้ไขคำฟ้องเป็นการไม่ชอบนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ศาลนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ เมื่อถึงวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ดังกล่าวจำเลยยื่นคำให้การ และปรากฏว่ามีการสืบพยานจำเลยซึ่งศาลแรงงานกลางกำหนดให้เป็นฝ่ายนำพยานเข้าสืบก่อนเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๓ แล้วจำเลยแถลงหมดพยาน ต่อมาวันนัดสืบพยานโจทก์ ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องขอเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินตามฟ้อง อ้างว่าโจทก์หลงลืมเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยและโจทก์เพิ่งทราบในภายหลังว่าตามกฎหมายสามารถเรียกร้องดอกเบี้ยได้ เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากที่ศาลแรงงานกลางสืบพยานจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่นำพยานเข้าสืบก่อนเสร็จสิ้นแล้ว และเหตุที่โจทก์อ้างในคำร้องเพื่อขอแก้ไขคำฟ้องดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันสมควร ที่โจทก์ไม่อาจรู้หรือไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จึงไม่เข้ากรณีที่โจทก์จะขอแก้ไขคำฟ้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๘๐ ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8099/2544 นางสาวอัจฉรา การสมดี โจทก์ บริษัทแอ็ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวอัจฉรา การสมดี · จำเลย - บริษัทแอ็ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)หัสดี ไกรทองสุก · กมล เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวุฒินัย วงศ์ฟัก · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3116/2529ฎีกา 988/2485ฎีกา 2894/2532ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 6304/2540ฎีกา 10217/2551ฎีกา 2522/2531ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5111/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1081/2549ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1371/2536ฎีกา 1803/2533ฎีกา 584/2536ฎีกา 3260/2528ฎีกา 2329/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา