⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8879/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8879/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีโดยผู้รับมอบอำนาจ ถือว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "บุคคล" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 8 ย่อมหมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลด้วย ดังนั้น เมื่อผู้รับมอบอำนาจของโจทก์รับหนังสือแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานสรรพากรแล้ว ก็ต้องถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ไปเสียภาษีในวันดังกล่าวแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งไม่รับคำอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กับให้จำเลยรับคำอุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยข้อกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา ๓๐ แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่ เห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.๒ แผ่นที่ ๖ หรือตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๒ ระบุว่า วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๘ เวลา ๑๑ นาฬิกา นางสาวณัฐชรี รุจิเรข เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี ๕ ได้นำหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและหนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๘ ไปที่บริษัทโจทก์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ ๓๓ ถนนท่าเรือ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร และได้ส่งมอบหนังสือดังกล่าวให้แก่นายทนง วงศ์จงใจหาญ ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับไว้ด้วย การที่นางสาวณัฐชรีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของจำเลยเดินทางไปยังสำนักงานของโจทก์เลขที่ ๓๓ ถนนท่าเรือ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร อันเป็นภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของโจทก์ตามที่โจทก์จดทะเบียนไว้ เพื่อนำส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้และนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่จำเลยด้วยตนเองเช่นนี้ เมื่อนายทนงขณะนั้นอยู่ที่สำนักงานของโจทก์ยินยอมรับหนังสือแจ้งการประเมินและลงลายมือชื่อเป็นผู้รับไว้ด้วย ย่อมเป็นการเพียงพอที่จะฟังได้ว่ามีการส่งหนังสือดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๘ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรา ๘ แห่งประมวลรัษฎากรโดยชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการส่งหนังสือแจ้งการประเมินตามมาตรา ๘ นี้ หมายถึงแจ้งให้เฉพาะบุคคลเสียภาษีเท่านั้น หาได้หมายความรวมถึงนิติบุคคลด้วยนั้น เห็นว่า คำว่า "บุคคล" นั้นย่อมหมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลด้วย ดังนั้น เมื่อนายทนงผู้รับมอบอำนาจของโจทก์รับหนังสือแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานสรรพากรของจำเลยแล้ว ก็ต้องถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ไปเสียภาษีตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๘ แล้ว หากโจทก์เห็นว่าหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวไม่ถูกต้องและต้องการยื่นอุทธรณ์ก็ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา ๓๐ แห่งประมวลรัษฎากร แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เพิ่งยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๘ จึงเกินกำหนดเวลา ๓๐ วันแล้ว ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับคำอุทธรณ์ของโจทก์และศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8879/2544 บริษัทสหอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสหอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายสมเกียรติ เจริญสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 98/2536ฎีกา 171/2521ฎีกา 3873/2560ฎีกา 191/2536ฎีกา 2736/2532ฎีกา 653-655/2549ฎีกา 905/2531ฎีกา 2122/2544ฎีกา 2781/2524ฎีกา 3906/2548ฎีกา 8852/2543ฎีกา 2344/2533ฎีกา 4099/2535ฎีกา 8129/2543ฎีกา 1106/2520ฎีกา 5533/2536ฎีกา 6204/2548ฎีกา 1738/2548ฎีกา 311/2531ฎีกา 9763/2544ฎีกา 3667/2532ฎีกา 7310/2539ฎีกา 48/2539ฎีกา 6903/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา