⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1182/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคำฟ้องไม่มีประเด็นเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนจากการบอกเลิกสัญญา โจทก์ย่อมไม่อาจนำสืบถึงความเสียหายดังกล่าวได้ และศาลจะวินิจฉัยโดยไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุนไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างโดยถือว่าสัญญายังไม่เลิกกัน คำฟ้องจึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายของโจทก์อันเกิดแต่การที่จำเลยบอกเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 และโจทก์ย่อมไม่อาจนำสืบถึงความเสียหายของโจทก์ดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นเรื่องนอกประเด็นตามคำฟ้อง เมื่อคดีนี้ไม่มีประเด็นและคู่ความก็มิได้นำสืบกันมา ศาลจะใช้ดุลพินิจวินิจฉัยเอาเองโดยไม่มีข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานสนับสนุนย่อมเป็นการไม่ชอบ และมีเหตุสมควรให้โอกาสโจทก์ไปฟ้องเป็นคดีใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.605

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 9,885,816.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 9,787,444.86 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างทาวน์เฮาส์ 236 หลัง ในราคา 208,500,000 บาท ตกลงจ่ายค่าเตรียมงาน 20,850,000 บาท แก่โจทก์ โดยแบ่งจ่ายเป็น 4 งวด เงินค่าเตรียมงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง โจทก์ทำงานส่วนแรกโดยก่อสร้างทาวน์เฮาส์เป็นบ้านตัวอย่าง 3 หลัง เสร็จแล้ว คิดเป็นค่าจ้างตามผลงานเป็นเงิน 4,787,444.86 บาท โจทก์ส่งมอบงานให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระค่าจ้าง และไม่ชำระค่าเตรียมงานงวดที่ 2 แก่โจทก์ในวันที่ 10 มกราคม 2539 โจทก์จึงหยุดทำงานตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2539 ปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยจะต้องรับผิดใช้เงินตามฟ้องให้โจทก์หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างโจทก์กับจำเลยเลิกกันแล้วโดยจำเลยเป็นผู้บอกเลิกสัญญาโดยอาศัยสิทธิในฐานะผู้ว่าจ้าง และโจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 605 ที่จำเลยจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น แต่เมื่อโจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างโดยถือว่าสัญญายังไม่เลิกกัน คำฟ้องจึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายของโจทก์อันเกิดแต่การที่จำเลยบอกเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 และโจทก์ย่อมไม่อาจนำสืบถึงความเสียหายของโจทก์ดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นเรื่องนอกประเด็นตามคำฟ้อง เมื่อคดีนี้ไม่มีประเด็นและคู่ความก็มิได้นำสืบกันมา ศาลจะใช้ดุลพินิจวินิจฉัยเอาเองโดยไม่มีข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานสนับสนุนย่อมเป็นการไม่ชอบ และมีเหตุสมควรให้โอกาสโจทก์ไปฟ้องเป็นคดีใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาคงเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยตามนัยดังกล่าวข้างต้นภายในกำหนดอายุความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2545 บริษัทแสวงและบุตรก่อสร้าง จำกัด โจทก์ บริษัท เอ็ม เอส ซี เอสเตท จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทแสวงและบุตรก่อสร้าง จำกัด · จำเลย - บริษัท เอ็ม เอส ซี เอสเตท จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายพิเชฏฐ์ รื่นเจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 685/2550ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 149/2526ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 3005/2541ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3790-3792/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา