⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1807/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2545

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15, 66, 67 · ป.อาญา ม.90, 91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เช่นเดียวกัน แม้จะต่างชนิดกัน แต่หากถูกจับพร้อมกันและเป็นการกระทำในวาระเดียวกัน ถือเป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจล่อซื้อเฮโรอีนได้จากจำเลยจำนวน 2 หลอด และเข้าค้นตัวจำเลย พบเฮโรอีนจำนวน 11 หลอด และเมทแอทเฟตามีนจำนวน 18 เม็ด การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นการกระทำความผิดในวาระเดียวกัน และถูกจับได้พร้อมกัน แม้วัตถุแห่งการกระทำความผิดต่างชนิดกัน แต่เมื่อเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เช่นเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปีน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ และริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง, ๖๗ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ (ที่ถูกจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และจำเลยที่ ๑ ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ กับผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ วรรคหนึ่ง ด้วย) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๕ ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๕ ปี ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก ๑ ปี รวมโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๒ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑๐ ปี สำหรับคำรับสารภาพของจำเลยที่ ๑ ในชั้นจับกุมชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างนับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกระทงละหนึ่งในสามทั้งสี่กระทง ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๘ ปี ๔ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๕ ปี ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดสำหรับจำเลยที่ ๑ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง และความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ เป็นกรรมเดียวกันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๗ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมเฮโรอีนจำนวน ๑๑ หลอด และเฮโรอีนที่จำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อจำนวน ๒ หลอด เป็นเงิน ๒๐๐ บาท ยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๘ เม็ด น้ำหนัก ๑.๒๖ กรัม และอาวุธปืนยาวอัดลม ๑ กระบอก จากจำเลยที่ ๑ ไว้เป็นของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ ๑ มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกันหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า เจ้าพนักงานตำรวจล่อซื้อเฮโรอีนได้จากจำเลยที่ ๑ จำนวน ๒ หลอด และเข้าค้นตัวจำเลยที่ ๑ พบเฮโรอีนจำนวน ๑๑ หลอด และเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๘ เม็ด ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นการกระทำผิดในวาระเดียวกัน และถูกจับได้พร้อมกัน แม้วัตถุแห่งการกระทำความผิดต่างชนิดกัน แต่เมื่อเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เช่นเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้ว่าศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายคนละมาตรากันกับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายก็หาทำให้การกระทำกรรมเดียวกลายเป็นการกระทำหลายกรรมไปได้ไม่ ศาลอุทธณ์ภาค ๗ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน นายสุภัทร์ สุทธิมนัส ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายเดชา หงส์ทอง ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2545 นายคมกริบ ขุนไกร ที่ 1 กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นายคมกริบ ขุนไกร ที่ 1
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย เกษชุมพล · เดิมพัน จรรยามั่น · สุมิตร สุภาดุลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายวิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5794/2544ฎีกา 6586/2557ฎีกา 8426/2559ฎีกา 2510/2562ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 820/2558ฎีกา 6255/2541ฎีกา 498/2553ฎีกา 766/2517ฎีกา 4123/2543ฎีกา 3042/2562ฎีกา 3304/2563ฎีกา 250/2564ฎีกา 2627/2521ฎีกา 5813/2549ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 4325/2562ฎีกา 1447/2531ฎีกา 4316/2560ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1152/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา