⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3677/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3677/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่อ้างว่าผู้ให้กู้ฉ้อฉลขายหลักประกันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นคนละประเด็นกับฟ้องเดิมที่อ้างว่าลูกหนี้ผิดสัญญาเงินกู้ จึงไม่สามารถรวมพิจารณาพิพากษาไปในคดีเดียวกันได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกค้าของบริษัท ง. ได้ทำสัญญาวงเงินสินเชื่อและสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทดังกล่าวโดยจำนองที่ดินเป็นประกัน ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยและต้นเงินแก่บริษัท ง. เมื่อโจทก์รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินมาจากบริษัท ง. จึงฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ทั้งหมด จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่ได้เป็นหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์ฟ้อง โจทก์มิได้บอกกล่าวบังคับจำนอง และฟ้องแย้งว่า บริษัท ง. ใช้วิธีฉ้อฉลนำหุ้นของจำเลยประมาณ 3,000,000 หุ้น มูลค่ากว่า 100,000,000 บาท ซึ่งจำเลยจำนำไว้เป็นประกันหนี้ไปขายโดยวิธีการไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงินประมาณ 60,000,000 บาท ดังนี้ ฟ้องแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่าบริษัท ง. ฉ้อฉลขายหุ้นจำเลยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการละเมิดต่อจำเลย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องเดิมที่โจทก์อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน แม้โจทก์จะรับโอนสิทธิและหน้าที่มาจากบริษัท ง. แต่ฟ้องแย้งของจำเลยก็ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมที่จะรวมพิจารณาพิพากษาไปในคดีเดียวกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินและจำนองซึ่งจำเลยทำไว้กับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) เป็นเงิน ๑๐๓,๘๑๔,๑๖๑.๐๒ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์รับโอนหนี้สินและสินทรัพย์จากบริษัทดังกล่าวและให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยทรัพย์จำนอง ซึ่งโจทก์ชำระแทนไป ๑๒,๕๐๒.๔๗ บาท พร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระ ขอให้บังคับจำนอง จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย จำเลยไม่เคยตกลงให้เอาประกันอัคคีภัยทรัพย์จำนอง โจทก์มิได้บอกกล่าวบังคับจำนอง จำเลยจำนำหุ้นมูลค่ากว่า ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นประกันหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างจำเลยกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) บริษัทดังกล่าวใช้วิธีฉ้อฉลขายหุ้นที่จำนำไว้ไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยขอเรียกในคดีนี้เพียง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหาย ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ไถ่ถอนจำนองและคืนโฉนดที่ดินที่จำนองแก่จำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ แต่ไม่รับฟ้องแย้ง เพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จำเลยอุทธรณ์ขอให้รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยฐานผิดสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินและจำนอง โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกค้าของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) จำเลยได้ทำสัญญาวงเงินสินเชื่อและสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทดังกล่าว โดยจำนองที่ดินเป็นประกัน ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยและต้นเงินแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) เมื่อโจทก์ได้รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินมาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) จึงได้ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้สินทั้งหมด จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้เป็นหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์ฟ้อง จำเลยไม่เคยค้างชำระเงินต้นและดอกเบี้ยกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) โจทก์มิได้บอกกล่าวบังคับจำนองและฟ้องแย้งว่า บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) ใช้วิธีฉ้อฉลนำหุ้นของจำเลยประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น มูลค่ากว่า ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำนำเป็นประกันหนี้ไปขายโดยวิธีการไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงินประมาณ ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยขอเรียกค่าเสียหายเพียง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยและให้ไถ่ถอนที่ดินจำนองคืนจำเลยด้วย ฟ้องแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) ฉ้อฉลขายหุ้นจำเลยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดต่อจำเลย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องเดิมที่โจทก์อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน แม้โจทก์จะรับโอนสิทธิและหน้าที่มาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) ตามที่จำเลยอ้าง ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมที่จะรวมพิจารณาพิพากษาไปในคดีเดียวกันได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3677/2545 ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายอวยชัย วรทวีธำรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายอวยชัย วรทวีธำรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรัช ลิ้มวิชัย · ไพศาล เจริญวุฒิ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางวัชรี พูลเกษม · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอภิรัตน์ ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา