⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5251/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักร แม้ยังไม่ผ่านการตรวจลงตราจากเจ้าพนักงานให้เดินทางออกนอกประเทศได้ ก็ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดฐานพยายามส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมาที่ท่าอากาศยานกรุงเทพเพื่อโดยสารสายการบินเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย โดยจะออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพเวลา 3.45 นาฬิกา เจ้าพนักงานตรวจค้นจับกุมจำเลยได้พร้อมเฮโรอีน แม้หนังสือเดินทางของจำเลย บัตรขาออกด่านตรวจคนเข้าเมือง และตั๋วโดยสารเครื่องบินของจำเลย ยังไม่ได้รับการตรวจลงตราจากเจ้าพนักงานให้จำเลยผ่านขึ้นเครื่องบินได้ก็ถือว่าจำเลยลงมือกระทำความผิดฐานส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ ,๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๕ , ๖๖ , ๖๗ , ๑๐๒ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓ , ๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง และ ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง ฐานพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แม้ในชั้นจับกุม จำเลยให้การรับสารภาพแต่เฮโรอีนของกลางเมื่อคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์มีจำนวนถึง ๗,๘๗๑.๘ กรัม ซึ่งเป็นจำนวนมาก การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จำเลยมิได้สำนึกการกระทำความผิดกลับนำสืบปฏิเสธความผิดจึงสมควรลงโทษให้สาสมแก่ความผิด คดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ลงโทษประหารชีวิต ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องเจ้าพนักงานจับกุมจำเลยขณะจะเดินทางออกจากประเทศไทยไปประเทศเอธิโอเปีย และยึดได้เฮโรอีนน้ำหนัก ๑๐,๖๖๖.๕ กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ ๗,๘๗๑.๘ กรัม ซุกซ่อนในจอภาพเครื่องคอมพิวเตอร์บรรจุในกล่องกระดาษสีน้ำตาลเป็นของกลาง เมื่อเฮโรอีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ ๒๐ กรัมขึ้นไป จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานโดยเด็ดขาดของกฎหมายที่ให้ถือว่ามีไว้เพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง จำเลยจึงมีความผิดฐานมีเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายด้วยหรือไม่ ในปัญหานี้จำเลยฎีกาว่า การกระทำผิดฐานดังกล่าวนี้ จะต้องฟังข้อเท็จจริงแน่ชัดว่า จำเลยลงมือกระทำแต่กระทำไปไม่สำเร็จโดยการผ่านการตรวจของบัตรผ่านขึ้นเครื่องบินพร้อมที่จะเดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าวแล้วแต่ถูกจับกุมเสียก่อน แต่พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าหนังสือเดินทางของจำเลย บัตรขาออกด่านตรวจคนเข้าเมือง และตั๋วโดยสารเครื่องบินของจำเลยตามเอกสารหมาย จ. ๑ ถึง จ. ๓ ได้ผ่านการตรวจลงตราของเจ้าพนักงานแล้วนั้น เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า วันเกิดเหตุ เที่ยวบิน อี ที ๖๔๑ ของสายการบินเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ กำหนดเวลาออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพในเวลา ๓.๔๕ นาฬิกา จำเลยเดินทางมาที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ และถูกเจ้าพนักงานตรวจค้นจับกุมเมื่อเวลาประมาณ ๓ นาฬิกา พร้อมยึดได้เฮโรอีนและเอกสารหมาย จ. ๑ ถึง จ. ๓ ซึ่งระบุชื่อจำเลย กำหนดเวลาเดินทาง และสถานที่เดินทางไปในเที่ยวบินดังกล่าวข้างต้น โดยจำเลยก็นำสืบเบิกความว่า วันเกิดเหตุจำเลยจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยโดยเข้าแถวรอเพื่อตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางแล้วถูกเจ้าพนักงานเรียกตรวจค้น ดังนี้ แม้เจ้าพนักงานจะยังไม่ได้ตรวจลงตราเอกสารให้จำเลยผ่านขึ้นเครื่องบินก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการลงมือกระทำความผิดฐานส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายด้วย จำเลยต้องมีความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา _ _ _ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษแก่จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๒ (๑) คงลงโทษจำเลยจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายมูฮัมเม็ด ซีฟู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายมูฮัมเม็ด ซีฟู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวิชิต ลีธรรมชโย · ศาลอุทธรณ์ - นางสิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 180/2554ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 643/2531ฎีกา 3159/2532ฎีกา 490/2542ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1530/2512ฎีกา 2632/2529ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา