⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 545/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสซ้อนเป็นโมฆะ แต่หากไม่มีคำพิพากษาศาลให้การสมรสเป็นโมฆะ การสมรสที่เกิดขึ้นภายหลังยังคงมีผลสมบูรณ์ และทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรสที่ยังสมบูรณ์อยู่ย่อมเป็นสินสมรส

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับ ร. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2516 ต่อมาผู้ร้องจดทะเบียนสมรสซ้อนกับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2521 และจดทะเบียนหย่าจากกันเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2526 จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ. ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 การสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 จึงตกเป็นโมฆะ แต่เมื่อในระหว่างที่ผู้ร้องจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทยังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียคนใดร้องขอต่อศาลให้การสมรสเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1495 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นที่บัญญัติว่า คำพิพากษาศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสใดเป็นโมฆะ จึงต้องถือว่าการสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ยังมีผลสมบูรณ์อยู่ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องได้มาระหว่างสมรสกับ ร. และจำเลยที่ 1 จึงเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1452 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1495 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1532 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1533 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านได้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๖๖๘ และ ๘๖๖๙ ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านว่า ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสินสมรสเป็นกรรมสิทธิ์รวมของผู้ร้องกับ ร. ไม่ใช่ของจำเลยที่ ๑ ขอให้ถอนการยึด ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วเห็นว่า ทรัพย์สินดังกล่าวจำเลยที่ ๑ มีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย จึงมีคำสั่งไม่ให้ถอนการยึด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นว่า ทรัพย์สินดังกล่าวจำเลยที่ ๑ มิได้มีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ขอให้เพิกถอนการยึด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินดังกล่าวมีจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการยึด ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๖๖๘ และ ๘๖๖๙ ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับ ร. เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๖ ในระหว่างสมรสผู้ร้องได้จดทะเบียนสมรสซ้อนกับจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ ผู้ร้องซื้อและจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๘๖๖๘ และ ๘๖๖๙ ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ต่อมาวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๖ ผู้ร้องและจำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า จำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทกับผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสซ้อนกับจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ และจดทะเบียนหย่าขาดจากกันเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๖ กรณีจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติบรรพ ๕ แห่ง ป.พ.พ. ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งแม้ผู้ร้องจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสไม่ได้และการสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ ตกเป็นโมฆะก็ตาม แต่เมื่อในระหว่างที่ผู้ร้องจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทยังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียคนใดร้องขอต่อศาลให้การสมรสเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. บรรพ ๕ ที่ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๑๔๙๕ (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นที่บัญญัติว่า คำพิพากษาศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสใดเป็นโมฆะแล้ว จึงต้องถือว่าการสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ ยังมีผลสมบูรณ์อยู่ ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องได้มาระหว่างสมรสกับ ร. และจำเลยที่ ๑ จึงเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ ด้วย โดยไม่ต้องคำนึงว่า จำเลยที่ ๑ มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นหรือออกเงินช่วยผู้ร้องชำระราคาที่ดินพิพาทหรือไม่ แม้ภายหลังผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ จะจดทะเบียนหย่าขาดจากกันโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายก็ต้องจัดการแบ่งที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องตามสิทธิที่ผู้ร้องมีอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๓๒ และ ๑๕๓๓ ผู้คัดค้านจึงมีสิทธิยึดที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาดำเนินการได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2545 นางคัทลียา รัตนวโรภาส กับพวก โจทก์ นายยุทธนา ภู่จีน ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นางอุบลวรรณ ภู่จีน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคัทลียา รัตนวโรภาส กับพวก · ผู้ร้อง - นายยุทธนา ภู่จีน · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นางอุบลวรรณ ภู่จีน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · อรพินท์ เศรษฐมานิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชาญวิทย์ ท้วมเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมควร วิเชียรวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 9577/2552ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 3219/2534ฎีกา 945/2504ฎีกา 5272/2544ฎีกา 6331-6332/2556ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1248/2473ฎีกา 39/2524ฎีกา 4046/2541ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 3556/2533ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1028/2564ฎีกา 3053/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา