⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 658/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลาคืนเงินภาษีและดอกเบี้ยให้เริ่มนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ใช่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา.

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางที่พิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือน นับจากวันฟังคำพิพากษานี้จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ซึ่งหมายถึงนับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางนั้น เมื่อได้ความว่าคดีนี้มิได้ถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพ.ศ. 2475 มาตรา 39 วรรคสอง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่คืนให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือน จนกว่าจะชำระเสร็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยทั้งสองที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2542 เป็นเงิน192,000 บาท และขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2542 เป็นเงิน 106,562บาท และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ส่วนที่โจทก์ชำระเกินไปจำนวน 92,543 บาท แก่โจทก์ ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไป หากไม่คืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงิน 92,543 บาท นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือนเป็นต้นไป จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี พ.ศ. 2542 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 โดยแจ้งว่าได้รับค่าเช่าส่วนใหญ่ห้องละ 1,000 บาท ต่อห้องต่อเดือน และโจทก์มีห้องว่างจำนวนหลายห้องในเดือนต่าง ๆของปี 2541 จากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าโจทก์เรียกและรับค่าเช่าจากผู้เช่าห้องพักในอัตราไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อห้องต่อเดือนอีกทั้งห้องว่างที่โจทก์แจ้งไว้ก็มิได้ว่างอย่างที่โจทก์แจ้งแต่มีผู้เช่าอยู่ รายการค่าเช่าที่โจทก์แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และคำฟ้องของโจทก์ที่อ้างว่าโจทก์ได้รับค่าเช่าปีดังกล่าวเป็นเงินทั้งสิ้น 112,150 บาท เป็นการฟ้องเท็จ เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ คณะเทศมนตรีตำบลปากช่องคำนึงถึงการบริหารงานจัดเก็บภาษีในท้องถิ่นก็ได้ยอมลดค่ารายปีของโจทก์จากเดิม 1,536,000 บาท เหลือ 852,502 บาท(ที่ถูกต้องตามเอกสาร ล.1 แผ่นที่ 92 เหลือ 852,946 บาท) ค่าภาษีลดลงจาก 192,000 บาท เหลือ 106,562 บาท ซึ่งเป็นคุณแก่โจทก์อย่างยิ่งแล้ว การฟ้องเรียกคืนภาษีและดอกเบี้ยของโจทก์ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2542 ตามใบแจ้งเลขที่ 31 ลงวันที่ 1ธันวาคม 2542 และคำชี้ขาดเลขที่ 7 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2542เป็นให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปี 2542 เป็นเงิน74,250 บาท เงินเพิ่ม 1,856.24 บาท และให้จำเลยทั้งสองคืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมค่าเพิ่ม (ที่ถูกเงินเพิ่ม) แก่โจทก์จำนวน33,119.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว ตั้งแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือน นับจากวันฟังคำพิพากษานี้จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "อนึ่งที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือนนับจากวันฟังคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ซึ่งหมายถึงนับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางเมื่อได้ความว่าคดีนี้มิได้ถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 39 วรรคสอง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง คือให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ส่วนจำเลยที่ 2เป็นนายกเทศมนตรีมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่คืนภายในกำหนดดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือนเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2545 นาย จิรพงษ์ จารุรัตน์มงคล โจทก์ เทศบาลตำบลปากช่อง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จิรพงษ์ จารุรัตน์มงคล · จำเลย - เทศบาลตำบลปากช่อง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4051/2524ฎีกา 2592/2529ฎีกา 3820/2534ฎีกา 4774/2533ฎีกา 1925/2546ฎีกา 1288/2530ฎีกา 1936/2548ฎีกา 4230/2555ฎีกา 562/2532ฎีกา 7336/2537ฎีกา 4282/2542ฎีกา 3409/2537ฎีกา 9498/2542ฎีกา 2192/2541ฎีกา 7308/2539ฎีกา 1136/2531ฎีกา 1238/2531ฎีกา 3176/2545ฎีกา 4688/2533ฎีกา 5458/2534ฎีกา 757/2544ฎีกา 3320/2550ฎีกา 696/2510ฎีกา 1125/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา