คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรเพื่อยกเลิกการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การคัดค้านหรืออุทธรณ์ตามกฎหมายภาษีอากรนั้นก่อน และผู้รับประเมินจะต้องชำระค่าภาษีที่ถูกเรียกเก็บทั้งหมดเสียก่อน จึงจะมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้
ย่อคำพิพากษา
การฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรให้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นการฟ้องคดีตามมาตรา 7(1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ซึ่งมาตรา 8บัญญัติว่าจะฟ้องได้ก็ต่อเมื่อได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาเกี่ยวกับการคัดค้านหรืออุทธรณ์คำสั่ง คำวินิจฉัย ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรนั้นแล้ว คดีของโจทก์เป็นการฟ้องโดยใช้สิทธิในฐานะผู้รับประเมินตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช 2475 ซึ่งมีมาตรา 39 บัญญัติว่า 'ห้ามมิให้ศาลประทับฟ้อง...เว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่าผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษีทั้งสิ้น...' ดังนั้นเมื่อโจทก์ยังมิได้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามที่จำเลยชี้ขาดเสียก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีได้ แม้โจทก์จะตั้งรูปคดีเป็นเรื่องละเมิดมาด้วย ก็หาเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 39 ดังกล่าวเสียก่อนไม่.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.8 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.31 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.39 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามไม่มีอำนาจเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนเลขที่ 228/1ถนนรัชดาภิเษก แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จากโจทก์ขอให้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวจากโจทก์กับให้จำเลยทั้งสามลงประกาศหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแจ้งว่ามีการประเมินภาษีโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายต่อโจทก์เป็นระยะเวลา 7 วันติดต่อกัน
ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า '...โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลภาษีอากรกลาง โดยประการสำคัญเพื่อให้จำเลยยกเลิกการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากโจทก์ตามนัยแห่งมาตรา 7 (1)พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ซึ่งตามมาตรา 8 แห่งกฎหมายฉบับดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า'คดีตามมาตรา 7 (1) ในกรณีที่กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรบัญญัติให้คัดค้านหรืออุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยต่อเจ้าพนักงานหรือคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดไว้จะฟ้องคดีในศาลภาษีอากรกลางได้ก็ต่อเมื่อได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาเช่นว่านั้น.....แล้ว' คดีโจทก์เป็นเรื่องภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 โดยโจทก์ใช้สิทธิตามมาตรา 31 แห่งกฎหมายดังกล่าวในฐานะผู้รับประเมิน ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มิใช่ผู้รับประเมิน ยิ่งจะเป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีได้อีกประการหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่จะวินิจฉัยในชั้นพิจารณา ในชั้นยื่นฟ้องนี้ โจทก์จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 39 แห่งกฎหมายฉบับดังกล่าวซึ่งบัญญัติไว้ว่า 'ถ้ามีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลตามความในมาตรา 31 ท่านห้ามมิให้ศาลประทับฟ้อง...เว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่าผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษีทั้งสิ้น...' ดังนั้นโจทก์ในฐานะผู้รับประเมินจะอ้างเหตุใด ๆ ก็ตามมาเพื่อจะไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม่เมื่อโจทก์ยังมิได้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามที่จำเลยชี้ขาดเสียก่อนโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีได้ แม้โจทก์จะตั้งรูปคดีเป็นเรื่องละเมิดมาด้วย ก็หาเป็นเหตุทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 39 ดังกล่าวเสียก่อนไม่ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2531
นาย ทวี ศักดิ์ อัศวกุ ล โจทก์
กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ทวี ศักดิ์ อัศวกุ ล · จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา