⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3506/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3506/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศเพื่อปลดเปลื้องภาระหนี้สินที่จำนองไว้กับสถาบันการเงินนั้น ไม่ถือเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้พ้นวิสัยโดยสิ้นเชิง แต่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป

ย่อคำพิพากษา

การเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอาจมีผลกระทบต่อลูกหนี้บางคนทำให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ตนมีต่อสถาบันการเงินได้เหมือนเช่นปกติ แต่จะถือเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเสียทีเดียวไม่ได้ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปโดยเฉพาะจำเลยได้จำนองที่ดินเป็นประกันเงินกู้ยืมไว้กับโจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 และ728 การชำระหนี้ของจำเลยจึงอยู่ในวิสัยที่พึงปฏิบัติได้ จะอ้างวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศมาปลดเปลื้องเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,879,643.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน1,340,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 701,359.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่ตน หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18895 ตำบลโคกหม้อ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอชำระให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองจนกว่าจะได้เงินครบ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์จึงขอให้บังคับคดีและได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18895 ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาด จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ภายหลังที่ได้ก่อหนี้แล้ว ประเทศไทยเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง อันเป็นพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งที่ทำให้ไม่มีการชำระหนี้ และจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบ จำเลยจึงไม่ได้ตกเป็นผู้ผิดนัดและได้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 205 และ 219 และเมื่อหลุดพ้นจากการชำระหนี้แล้ว ก็หลุดพ้นจากการบังคับคดีด้วย คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 4, 6 และ 48 ขอให้ระงับการบังคับคดีไว้จนกว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะกลับคืนสู่สภาพเดิม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 มีว่า การที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากการชำระหนี้และหลุดพ้นจากการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ลูกหนี้จะหลุดพ้นจากการชำระหนี้ก็ต่อเมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 219 วรรคหนึ่ง ส่วนการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอาจมีผลกระทบต่อลูกหนี้บางคนทำให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ตนมีต่อสถาบันการเงินได้เหมือนเช่นปกติแต่ถือเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเสียทีเดียวไม่ได้ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ได้จำนองที่ดินเป็นประกันเงินกู้ยืมไว้กับโจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 213 และ 728 การชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 จึงอยู่ในวิสัยที่พึงปฏิบัติได้ จำเลยที่ 1มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้แก่โจทก์ต่อไป จะอ้างวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศมาปลดเปลื้องเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากการบังคับคดีไม่ได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นนี้ 1,000 บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3506/2546 ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย ดิเรก โพธิ์เงิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน · จำเลย - นาย ดิเรก โพธิ์เงิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย จึงประเสริฐ · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 5640/2540ฎีกา 945/2504ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 3886/2566ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 1479/2526ฎีกา 2794/2526ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 2532/2523ฎีกา 7732/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา