⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5874/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5874/2546

ป.อาญา ม.59, 80, 86 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ขับรถจักรยานยนต์พา ฉ. หลบหนีไปภายหลัง ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมแล้ว ไม่ถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่ ฉ. กระทำความผิด จึงไม่เป็นความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมกับจำเลยและ ฉ. พวกจำเลยไม่เคยรู้จักและไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน โจทก์ร่วมพบกับจำเลยและ ฉ. ในที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ การที่โจทก์ร่วมเดินเข้าไปหากลุ่มของจำเลยกับ ฉ. แล้วถูก ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงถูกบริเวณช่องท้อง 1 นัด เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด การที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมจึงเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า จำเลยหาได้ร่วมวางแผนหรือสมคบคิดกับ ฉ. ด้วยไม่ แม้ภายหลังที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมแล้ว ฉ. กับจำเลยจะวิ่งออกไปจากที่เกิดเหตุด้วยกัน แล้ว ฉ. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับหลบหนีไปก็เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าโจทก์ร่วมแล้ว การกระทำของจำเลยมิได้เกิดขึ้นก่อนหรือขณะ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม จึงไม่อาจถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิง โจทก์ร่วมแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๐, ๘๖, ๒๘๘ และริบรถจักรยานยนต์ ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖, ๘๐, ๒๘๘ จำคุก ๗ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงลงโทษจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ไม่ริบจักรยานยนต์ของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ฉ. พวกของจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม ๑ นัด ถูกที่บริเวณหน้าท้องได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้น จำเลยขับรถจักรยานยนต์พา ฉ. หลบหนีจากที่เกิดเหตุไป ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิด ฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ร่วม พยานโจทก์และโจทก์ร่วมทำนองเดียวกันว่า ก่อนเกิดเหตุบุคคลทั้งสามดังกล่าวไปตามหาน้องชายโจทก์ร่วมบริเวณที่เกิดเหตุ โจทก์ร่วมเข้าไปตบศีรษะชายคนหนึ่งซึ่งโจทก์ร่วมจำได้ว่าเคยรังแกน้องชายโจทก์ร่วม ขณะนั้นโจทก์ร่วมหันมาเห็นจำเลย ฉ. กับพวกยืนดูอยู่ห่างออกไปประมาณ ๓ เมตร โจทก์ร่วมจึงร้องถามจำเลยกับพวกว่า มองอะไร จำเลยตอบว่า แล้วมึงจะทำไม โจทก์ร่วมเดินเข้าไปหา จำเลยกับพวก ฉ. ใช้อาวุธปืนสั้นยิงโจทก์ร่วม ๑ นัด ถูกที่บริเวณช่องท้อง จากนั้นจำเลยกับพวกวิ่งจากที่เกิดเหตุแล้วจำเลย ขับรถจักรยานยนต์โดยมี ฉ. นั่งซ้อนท้ายหลบหนีไป เห็นว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยและ ฉ. พวกจำเลยซึ่งใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมไม่เคยรู้จักและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน โจทก์ร่วมพบกับจำเลยและ ฉ. ในที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ การที่โจทก์ร่วมเดินเข้าไปหากลุ่มของจำเลยกับ ฉ. แล้วถูก ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงถูกบริเวณช่องท้อง ๑ นัด เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด โดยพฤติการณ์ที่จำเลยไม่อาจคาดคิดว่าโจทก์ร่วมจะเดินเข้ามาหากลุ่มของจำเลยจึงถูก ฉ. ใช้อาวุธปืนยิง ฉะนั้น การที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมจึงเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า จำเลยหาได้ร่วมวางแผนหรือสมคบคิดกับ ฉ. ด้วยไม่ แม้ภายหลังที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมแล้ว ฉ. กับจำเลยจะวิ่งออกไปจากที่เกิดเหตุ ด้วยกันแล้ว ฉ. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับหลบหนีไปก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าโจทก์ร่วมแล้ว การกระทำของจำเลยมิได้เกิดขึ้นก่อนหรือขณะ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม จึงไม่อาจถือได้ว่า เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่ ฉ. ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมแต่อย่างใด การกระทำของจำเลย จึงไม่เป็นความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นดังโจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5874/2546 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นายสมบัติ พูลประสาท นายสมบัติ ทองคล้าย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · พูลประสาท - นายสมบัติ · จำเลย - นายสมบัติ ทองคล้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางมณีรัตน์ พันธุ์โกศล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายพิชัย อภิชาตอำมฤต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา