⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1968/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
"ส่วนที่เหลือ" ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ หมายถึง เฉพาะส่วนของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนซึ่งไม่ได้ถูกเวนคืนทั้งหมดเท่านั้น และไม่มีการจ่ายค่าทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการต้องซื้อที่ดินข้างเคียงเพื่อเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ส่วนที่เหลือ" ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคสาม จะต้องพิจารณาจากที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแปลงนั้น ๆ เป็นหลัก โดยที่ดินแปลงนั้น ๆ ไม่ได้ถูกเวนคืนทั้งหมด ส่วนที่ไม่ถูกเวนคืนจึงจะถือว่าเป็นส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ส่วนที่ดินของโจทก์แปลงที่ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลย แม้จะปรากฏว่าที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินของโจทก์แปลงที่ถูกเวนคืนที่มีส่วนที่เหลือจากการเวนคืนก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้ที่ดินแปลงที่ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลยกลายเป็นที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามบทบัญญัติดังกล่าวไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินแปลงที่ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลยโดยอ้างว่าที่ดินมีราคาลดลงเนื่องจากการเวนคืน ผู้ถูกเวนคืนที่ดินจะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอย่างไร เพียงใดนั้น จะต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหาได้มีบทบัญญัติให้ทางราชการจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับความเสียหายเนื่องจากโจทก์จะต้องซื้อที่ดินข้างเคียงเพื่อทำเป็นทางออกให้แก่ที่ดินของโจทก์สู่ถนนสาธารณะตามที่โจทก์กล่าวอ้างไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.21

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๘๑๗,๕๑๓,๒๙๒.๒๕ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปีในต้นเงินจำนวน ๗๐๘,๖๒๑,๗๕๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๗,๗๐๒,๒๕๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๘ จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๑ วรรคสาม ได้บัญญัติไว้ว่า "ถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วย" คำว่า "ส่วนที่เหลือ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องพิจารณาจากที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแปลงนั้น ๆ เป็นหลัก โดยที่ดินแปลงนั้น ๆ ไม่ได้ถูกเวนคืนทั้งหมด ส่วนที่ไม่ถูกเวนคืนจึงจะถือว่าเป็นส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๖๙ และ ๗๐๖๘๓ ของโจทก์ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลย แม้จะปรากฏว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวอยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๓๑๗๑ และ ๘๗๔๘ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๖๙ และ ๗๐๖๘๓ กลายเป็นที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามบทบัญญัติดังกล่าวไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินสองแปลงนี้โดยอ้างว่าที่ดินมีราคาลดลงเนื่องจากการเวนคืน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยอีกประการว่า หลังจากถูกเวนคืนแล้ว ที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนไม่มีส่วนใดติดถนนรามอินทราเหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนาที่ดินที่วางไว้เดิมโดยหันหน้าโครงการมาทางถนนเข้าสนามกอล์ฟปัญญาซึ่งโจทก์จะต้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๘๗ ที่คั่นอยู่ระหว่างที่ดินของโจทก์กับถนนเข้าสนามกอล์ฟปัญญามาทำเป็นทางออกที่ดินแปลงดังกล่าวมีราคาซื้อขายจำนวน ๘๖,๕๙๔,๕๐๐ บาท จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย เห็นว่า ผู้ถูกเวนคืนที่ดินจะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอย่างไร เพียงใดนั้น จะต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหาได้มีบทบัญญัติให้ทางราชการจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับความเสียหายจากกรณีที่โจทก์อ้างดังกล่าวข้างต้นไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2547 บริษัทสินธานี บิลด์ จำกัด โจทก์ กรมทางหลวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสินธานี บิลด์ จำกัด · จำเลย - กรมทางหลวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1229/2545ฎีกา 5293/2539ฎีกา 6920/2548ฎีกา 7102/2539ฎีกา 7957/2553ฎีกา 369/2539ฎีกา 3505/2542ฎีกา 6398/2540ฎีกา 9932/2539ฎีกา 268/2538ฎีกา 6893/2540ฎีกา 5301/2539ฎีกา 2489/2540ฎีกา 3584/2550ฎีกา 9777/2539ฎีกา 512/2539ฎีกา 1999/2543ฎีกา 799/2545ฎีกา 9930-9931/2539ฎีกา 3197/2545ฎีกา 463/2541ฎีกา 5522/2543ฎีกา 6546/2537ฎีกา 29/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา