⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2643/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2547

พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.24 · ป.วิ.แพ่ง ม.246

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิใช้จ่ายเงินของตนได้ตามกฎหมาย และมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาอุทธรณ์ หากจำเลยละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ถือเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 5 วัน คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยนำส่งหมายดังกล่าวย่อมมีความชัดเจนว่าจำเลยมีสิทธิใช้จ่ายเงินของตนได้แล้วตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 24 จำเลยจะอ้างว่าไม่มีสิทธิใช้ทรัพย์สินเพราะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไม่ได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นย่อมเป็นการไม่นำพาต่อคำสั่งของศาลละเลยต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เป็นหน้าที่ของตนจึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.24

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย สำหรับค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควรเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2543 ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม 2543 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกันว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์ภายในระยะที่กฎหมายกำหนด รับเป็นอุทธรณ์ของจำเลย สำเนาให้โจทก์ ให้จำเลยนำส่งภายใน 5 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง การส่งหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด ส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งอุทธรณ์และปรากฏด้านหน้าของอุทธรณ์มีข้อความซึ่งประทับด้วยตรายางของศาลชั้นต้นว่า "ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 20 ตุลาคม 2543 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" โดยมีทนายจำเลยลงชื่อไว้ ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2543 เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าคดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2543 ศาลสั่งรับอุทธรณ์สำเนาให้โจทก์แก้จนถึงบัดนี้จำเลยมิได้นำส่งหมายให้โจทก์แต่ประการใด ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของจำเลยเพราะจำเลยทิ้งอุทธรณ์ชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยเข้าใจว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์เป็นหน้าที่ของศาล เพราะจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิใช้ทรัพย์สินแม้แต่น้อย เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 5 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ทนายจำเลยลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 ตุลาคม 2543 ดังนั้น เมื่อถึงวันนัดฟังคำสั่งดังกล่าว ทนายจำเลยไม่มาฟังคำสั่งก็ถือได้ว่าจำเลยทราบคำสั่งแล้ว คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยมีเนื้อความชัดแจ้งว่า "รับเป็นอุทธรณ์ของจำเลยสำเนาให้โจทก์ให้จำเลยนำส่งภายใน 5 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง การส่งหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งอุทธรณ์" จากคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวสามารถเข้าใจได้ว่าศาลสั่งให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 5 วัน ดังนั้น ที่จำเลยอ้างว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์เป็นหน้าที่ของศาลจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าการที่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จำเลยจึงไม่สามารถใช้สอยทรัพย์สินของตนเพราะเกรงผิดต่อคำสั่งศาล รอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาทำหน้าที่แทนนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นให้จำเลยนำส่งหมาย ย่อมมีความชัดแจ้งว่าจำเลยมีสิทธิใช้จ่ายเงินของตนได้แล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 24 ดังนั้น การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมเป็นการไม่นำพาต่อคำสั่งของศาล ละเลยต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เป็นหน้าที่ของตน จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2547 นางจำลอง หมายเจริญ โจทก์ นาวาอากาศเอกหญิงบุญสม วานิชโช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจำลอง หมายเจริญ · จำเลย - นาวาอากาศเอกหญิงบุญสม วานิชโช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · สุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3643/2537ฎีกา 1189/2492ฎีกา 6453/2544ฎีกา 464/2549ฎีกา 5579/2567ฎีกา 299/2530ฎีกา 6925/2551ฎีกา 3492/2547ฎีกา 13316/2558ฎีกา 13043/2557ฎีกา 18851/2555ฎีกา 2611/2517ฎีกา 1292/2558ฎีกา 7578/2538ฎีกา 7851/2538ฎีกา 2066/2549ฎีกา 8440/2558ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 3982/2558ฎีกา 609/2526ฎีกา 4326/2540ฎีกา 7420/2541ฎีกา 2076/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ