⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3491/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3491/2547

ป.พ.พ. ม.229, 306, 572 · ป.วิ.แพ่ง ม.225, 246, 247

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับช่วงสิทธิจะพึงมีได้ด้วยอำนาจของกฎหมายเท่านั้น ส่วนการโอนสิทธิเรียกร้องมีหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องระบุข้อเท็จจริงว่า โจทก์ชำระเงินให้แก่บริษัท ง. ตามบันทึกข้อตกลงซึ่งโจทก์รับเป็นนายหน้าชี้ช่องให้บุคคลภายนอกเข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทดังกล่าว โดยโจทก์มีสิทธิได้รับค่านายหน้าและมีหน้าที่ต้องชำระเงินต้นคงเหลือตามสัญญาเช่าซื้อหากผู้เช่าซื้อผิดนัด โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิจากบริษัท ง. ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นการฟ้องโดยอ้างสิทธิว่าเป็นการรับช่วงสิทธิตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 2 ส่วนที่ 2 ซึ่งการรับช่วงสิทธิจะพึงมีได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมายเท่านั้นตามมาตรา 229 ส่วนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาซึ่งเป็นเรื่องของการโอนสิทธิเรียกร้องตามที่บัญญัติในบรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 4 โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 306 ฎีกาของโจทก์จึงนอกฟ้องและมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 82,824.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) เดิมใช้ชื่อว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สิโนทัย-เครดิตอะกริโกล จำกัด แต่งตั้งโจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องให้บุคคลภายนอกทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ โจทก์มีหน้าที่เก็บค่าเช่าซื้อในแต่ละงวด หากผู้เช่าซื้อผิดนัด โจทก์จะต้องรับผิดในความเสียหายแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) ผู้ให้เช่าซื้อ ตามบันทึกข้อตกลงโจทก์ชำระหนี้ให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) เป็นเงิน 51,667.14 บาท และฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันรับผิดเป็นคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาว่ากรณีมิใช่การรับช่วงสิทธิ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่าข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์รับฟังได้ว่าโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) โดยชอบ เพราะจำเลยทั้งสามตกลงยินยอม โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องระบุข้อเท็จจริงว่า โจทก์ชำระเงินให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) ตามบันทึกข้อตกลงซึ่งโจทก์รับเป็นนายหน้าชี้ช่องให้บุคคลภายนอกเข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทดังกล่าว โดยโจทก์มีสิทธิได้รับค่านายหน้าและมีหน้าที่ต้องชำระเงินต้นคงเหลือตามสัญญาเช่าซื้อหากผู้เช่าซื้อผิดนัด โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นการฟ้องโดยอ้างสิทธิว่าเป็นการรับช่วงสิทธิตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 2 ส่วนที่ 2 ซึ่งการรับช่วงสิทธิจะพึงมีได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมายเท่านั้นตามมาตรา 229 ส่วนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาซึ่งเป็นเรื่องของการโอนสิทธิเรียกร้องตามที่บัญญัติในบรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 4 โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 306 ฎีกาของโจทก์จึงนอกฟ้องและมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3491/2547 บริษัทดี. เจ. คอมเมอร์เชียล แอนด์ ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นายสมพอ หลวงหล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทดี. เจ. คอมเมอร์เชียล แอนด์ ลิสซิ่ง จำกัด · จำเลย - นายสมพอ หลวงหล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · สายันต์ สุรสมภพ · มานะ ศุภวิริยกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายณัฐนันท์ ดุจดำเกิง · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4107/2563ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1083/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 12384/2558ฎีกา 991/2548ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 16561/2557ฎีกา 633/2562ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 5285/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา