⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2076/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างลงชื่อรับหนังสือแทนแล้วหลงลืมนำมามอบให้แก่ผู้ร้อง ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามกฎหมายที่ให้ยกเว้นการนับระยะเวลาฟ้องคดี

ย่อคำพิพากษา

ที่ผู้ร้องอ้างว่าเหตุที่ไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์และไม่ได้ขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เป็นเพราะไม่ได้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เนื่องจาก ส. คนงานของผู้ร้องลงชื่อรับไว้แทนแต่หลงลืมและเดินทางกลับต่างจังหวัดจึงไม่ได้นำมามอบให้แก่ผู้ร้องภายในระยะเวลาที่ผู้ร้องสามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางได้นั้น ไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลรัษฎากร ม.30 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีลงวันที่ 24 ตุลาคม 2546 และคำแถลงลงวันที่ 27 ตุลาคม 2546 ว่า เมื่อประมาณปี 2537 ผู้ร้องซื้อที่ดินจากนายสมพงษ์ โดยกู้เงินจากธนาคารมหานคร 250,000,000 บาท (รวมดอกเบี้ย) กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี และผู้ร้องได้ลงลายมือชื่อในใบมอบอำนาจให้ธนาคารไว้เพื่อจำหน่ายจ่ายโอนได้เมื่อครบกำหนดตามสัญญา ต่อมาธนาคารได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพื่อชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาจำนองโดยผู้ร้องไม่ทราบเรื่อง หลังจากนั้นผู้ร้องได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 จากกรมสรรพากร แจ้งให้ชำระภาษีอันเกิดจากการโอนที่ดินดังกล่าวเพื่อชำระหนี้จำนองแก่ธนาคารคิดเป็นภาษีที่ต้องชำระทั้งสิ้น 44,212,928.76 บาท เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2545 ผู้ร้องได้ยื่นอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยยืนตามการประเมิน โดยลดเบี้ยปรับให้คงเหลือภาษีที่เรียกเก็บเป็นเงิน 21,539,631.96 บาท คำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวถูกส่งให้แก่ผู้ร้องทางไปรษณีย์ตอบรับ ณ ภูมิลำเนาของผู้ร้อง แต่ในขณะนั้นผู้ร้องไปปฏิบัติงาน ณ ที่ทำการบริษัทฯ จึงไม่ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ด้วยตนเอง แต่นางสาวสินคนงานของผู้ร้องรับไว้แทน ผู้ร้องไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวและประสงค์จะฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง เหตุที่ผู้ร้องไม่สามารถนำคดีมายื่นฟ้องได้ทันภายในกำหนด 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เนื่องจากเพิ่งทราบจากนางสาวสินเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2546 อันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประการใด ๆ มิได้เป็นความตั้งใจหรือเจตนาจะทำให้ล่าช้าแต่อย่างใด ขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีออกไปมีกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2546 ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้วได้แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ผู้ร้องทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและผู้ร้องได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2546 โดยนางสาวสินคนงานของผู้ร้องเป็นผู้รับ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 (2) บัญญัติให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ดังนั้น ผู้ร้องจึงต้องอุทธรณ์ต่อศาลหรือฟ้องคดีขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2546 หากมีพฤติการณ์พิเศษเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ ผู้ร้องต้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาต่อศาลก่อนระยะเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ที่ผู้ร้องอ้างว่าเหตุที่ผู้ร้องไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และเหตุที่ผู้ร้องไม่ได้ขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพราะผู้ร้องไม่ได้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เนื่องจากนางสาวสินเป็นผู้ลงชื่อรับไว้แทนแต่หลงลืมและเดินทางกลับต่างจังหวัดจึงไม่ได้นำมามอบให้แก่ผู้ร้องภายในกำหนดระยะเวลาที่ผู้ร้องสามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางได้ ถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย นั้น เห็นว่า พฤติการณ์ตามอุทธรณ์ของผู้ร้องดังกล่าวหาใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ไม่ ดังนั้น ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2548 นางพนมวรรณ พิพรพงษ์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางพนมวรรณ พิพรพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนพจน์ อารยลักษณ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · จิระ โชติพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นางกีรติ ตั้งธรรม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2439/2531ฎีกา 2779/2544ฎีกา 5528/2534ฎีกา 176/2535ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1843/2551ฎีกา 42/2518ฎีกา 3542/2545ฎีกา 230/2510ฎีกา 1103/2554ฎีกา 5259/2546ฎีกา 2884/2541ฎีกา 4708/2542ฎีกา 959/2544ฎีกา 4944/2536ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2227/2534ฎีกา 403/2530ฎีกา 8119/2540ฎีกา 350/2531ฎีกา 592/2546ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 3192/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา