⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2241/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2241/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ต้องห้ามตามมาตรา 90/12 (4) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

ย่อคำพิพากษา

วันที่ 21 มิถุนายน 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 1 และวันที่ 30 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและตั้งบริษัท ส. เป็นผู้บริหารแผน โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 เลิกจ้างเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 อ้างว่าทุจริตต่อหน้าที่ โจทก์จึงไปยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานเพื่อเรียกค่าชดเชยจากจำเลยที่ 1 พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามคำร้อง ดังนี้การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2545 ขอให้จำเลยที่ 1 ลูกหนี้ จ่ายค่าชดเชย อันเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 2 และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจำเลยที่ 3 และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเข้ามาด้วยก็เพื่อที่จะให้โจทก์ได้รับค่าชดเชยจากจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่ทำให้คดีนี้ไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ แต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 90/12 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.123 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.124

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานจำเลยที่ 2 และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชย พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เข้าทำงานเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2536 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการหน่วยงานรับผิดชอบดูแลงานโครงการบำบัดน้ำเสียกรุงรัตนโกสินทร์ ค่าจ้างเดือนละ 51,868 บาท วันที่ 21 มิถุนายน 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 1 และวันที่ 30 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและตั้งบริษัทสยามซินเทค แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้บริหารแผน โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 เลิกจ้างเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 อ้างว่าทุจริตต่อหน้าที่ โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ 6509/2543 เรียกให้จ่ายค่าชดเชยอันเกิดจากการเลิกจ้าง ศาลแรงงานกลางเห็นว่ามูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 1 ชอบที่โจทก์จะไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์ไม่ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ แต่ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2545 เพื่อเรียกค่าชดเชยในมูลหนี้เดิมที่เคยฟ้องและศาลสั่งจำหน่ายคดีไปแล้ว ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2545 จำเลยที่ 2 ได้มีคำสั่งที่ 8/2545 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2545 ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามคำร้อง โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2545 ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยของค่าจ้างช่วงที่โจทก์ยังทำงานกับจำเลยที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 28 กันยายน 2543 แล้วศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ค่าชดเชยและดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างค้างจ่ายที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้เป็นหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ มูลหนี้เกิดขึ้นตั้งแต่โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 เลิกจ้างเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 ก่อนวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 ชอบที่โจทก์จะไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 90/26 ต้องห้ามไม่ให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ให้รับผิดเป็นคดีแพ่ง ตามมาตรา 90/12 (4) แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 เข้ามาด้วยก็เพื่อให้โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลยที่ 1 ถือได้ว่าเป็นการฟ้องเพื่อให้ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 โดยตรง ซึ่งต้องห้ามตามบทกฎหมายข้างต้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 90/12 (4) หรือไม่ ปัญหาดังกล่าวโจทก์อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 8/2545 ของจำเลยที่ 2 จึงไม่ใช่ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ เห็นว่า คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 8/2545 ของจำเลยที่ 2 ที่สั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามคำร้องนั้น มีผลเพียงทำให้จำเลยที่ 1 ยังไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เท่านั้น มิได้บังคับโจทก์ให้กระทำหรือไม่กระทำการใด หากโจทก์ไม่ติดใจในค่าชดเชยนั้นต่อไปโจทก์ก็ไม่จำต้องนำคดีไปฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และหากโจทก์ประสงค์จะได้ค่าชดเชยโจทก์ก็สามารถฟ้องคดีขอให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมีคำขอให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ อันเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานของจำเลยที่ 2 ซึ่งสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเข้ามาด้วยก็เพื่อที่จะให้โจทก์ได้รับจ่ายค่าชดเชยจากจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่ทำให้คดีนี้ไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้แต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2485 มาตรา 90/12 (4) ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2241/2548 นายพงศ์พันธุ์ มณีประพันธ์ โจทก์ บริษัทสยามซินเท็ค คอนสตัคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทซินเทค แพลนเนอร์ จำกัด (ผู้บริหารแผน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพงศ์พันธุ์ มณีประพันธ์ · จำเลย - บริษัทสยามซินเท็ค คอนสตัคชั่น จำกัด (มหาชน)โดยบริษัทซินเทค แพลนเนอร์ จำกัด (ผู้บริหารแผน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · ชวลิต ยอดเณร · พิทยา บุญชู
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8631/2550ฎีกา 15617/2558ฎีกา 11/2543ฎีกา 3459/2560ฎีกา 6492/2557ฎีกา 3808/2547ฎีกา 7097/2550ฎีกา 10277-10288/2546ฎีกา 637/2547ฎีกา 4029/2548ฎีกา 39/2567ฎีกา 6076-6077/2549ฎีกา 238/2545ฎีกา 7508-7528/2548ฎีกา 6437/2547ฎีกา 6879/2544ฎีกา 12685/2553ฎีกา 3300/2547ฎีกา 319/2568ฎีกา 10406/2550ฎีกา 1932/2546ฎีกา 5326/2545ฎีกา 6458-6461/2544ฎีกา 8782-8785/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ