⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7508-7528/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7508-7528/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่เกิดจากมูลละเมิดซึ่งไม่เกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ชอบด้วยกฎหมายหากจะนำมาฟ้องในคดีที่เกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่ได้ทำงานทุกวันเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุดิบซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงที่โจทก์ไม่ได้ทำงานด้วย ต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานซึ่งพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายค่าจ้างช่วงที่จำเลยที่ 1 ไม่มีงานให้โจทก์ทำและค่าชดเชยแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่จ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ดังนี้ คำฟ้องเดิมจึงเป็นการฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายเงินตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 124 วรรคสาม อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของจำเลยที่ 1 กรณีโจทก์ไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานอันเป็นเท็จ ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น เป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดซึ่งไม่เกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.124 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งยี่สิบเอ็ดสำนวนนี้ ศาลแรงงานภาค 8 สั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดสำนวนฟ้องจำเลยทั้งสามทั้งยี่สิบเอ็ดสำนวนขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจ่ายค่าจ้างค้างและค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวน จำเลยทั้งสามทั้งยี่สิบเอ็ดสำนวนให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของจำเลยที่ 1 คนละ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลแรงงานภาค 8 อนุญาต ศาลแรงงานภาค 8 มีคำสั่งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งยี่สิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดอ้างว่าโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดไม่ได้ทำงานทุกวันเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุดิบ ซึ่งไม่ใช่เป็นความผิดของโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ด จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงที่โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดไม่ได้ทำงานด้วย และต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดโดยไม่จ่ายค่าชดเชย โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดจึงยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานซึ่งพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายค่าจ้างช่วงที่จำเลยที่ 1 ไม่มีงานให้โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดทำและค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ด แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่จ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์ คำฟ้องเดิมเป็นการฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายเงินตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 124 วรรคสาม อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ขอให้บังคับโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของจำเลยที่ 1 กรณีโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานอันเป็นเท็จ ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น เป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดซึ่งไม่เกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิมฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานภาค 8 มีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งยี่สิบเอ็ดสำนวนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7508 - 7528/2548 นายคำพันธุ์ เศษบุปผา กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.พี.พี.พาราวู้ด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคำพันธุ์ เศษบุปผา กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.พี.พี.พาราวู้ด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา