⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4130/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4130/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภริยาชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวได้ โดยไม่คำนึงถึงว่าภริยาจะได้รับความเสียหายหรือไม่ หรือความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาเป็นอย่างไร หรือมีคดีฟ้องหย่ากันอยู่หรือไม่

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ภริยาชอบด้วยกฎหมายที่จะเรียกร้องค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยมิได้มีเงื่อนไขว่าภริยาจะต้องเกิดความเสียหายอย่างใดหรือจะต้องเป็นภริยาที่อยู่กินกับสามีและอุปการะเลี้ยงดูกัน หรือต้องไม่มีคดีฟ้องหย่ากันอยู่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้แม้โจทก์กับสามีจะมิได้อยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาแล้วและมีคดีฟ้องหย่ากันก่อนที่จะเกิดเหตุตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1523

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าทดแทนจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 20,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นันแต่วันฟ้องเป็นตัวไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงินจำนวน 50,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตรีทงพานธ์ ศรีอักษร มีบุตรด้วยกัน 1 คน พลตรีทงพานธ์สามีโจทก์กับโจทก์ได้แยกกันอยู่ และต่อสามีโจทก์ฟ้องหย่าโจทก์และไม่รับนางสาวนริศราเป็นบุตรรวม 5 คดี ศาลพิพากษายกฟ้องทุกคดี ระหว่างนั้นจำเลยได้ไปร่วมทำธุรกิจการค้าข้าว โรงสีและปศุสัตว์กับสามีโจทก์ที่จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งเข้าเป็นเลขานุการมูลนิธิศรีอักษรที่สามีโจทก์เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับพลตรีทงพานธ์ในทำนองชู้สาว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ภริยาที่จะมีสิทธิเรียกค่าทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง จะต้องเป็นภริยาที่อยู่ร่วมกับสามีภริยาและอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน แต่คดีนี้โจทก์กับสามีนอกจากจะมิได้อยู่รวมกันฉันสามีภริยาแล้วยังมีคดีฟ้องหย่ากันก่อนที่จะเกิดเหตุตามฟ้อง และปัจจุบันศาลได้พิพากษาให้โจทก์กับสามีหย่ากันแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้แก่โจทก์จึงไม่ชอบ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ภริยาชอบด้วยกฎหมายที่จะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวโดยมิได้มีเงื่อนไขว่าภริยาจะต้องเกิดความเสียหายอย่างใดหรือจะต้องเป็นภริยาที่อยู่กินกับสามีและอุปการะเลี้ยงดูกัน หรือต้องไม่มีคดีฟ้องหย่ากันอยู่ดังที่จำเลยฎีกา ดังนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้แม้โจทก์กับสามีจะมีพฤติการณ์ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4130/2548 นางวารุณี ศรีอักษร โจทก์ นางอินทิรา สำโรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวารุณี ศรีอักษร · จำเลย - นางอินทิรา สำโรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · วิรัช ลิ้มวิชัย · วสันต์ ตรีสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6553/2537ฎีกา 10851/2555ฎีกา 6558/2542ฎีกา 2820/2528ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3596/2546ฎีกา 1094/2539ฎีกา 139/2569ฎีกา 981/2535ฎีกา 2847/2523ฎีกา 10842/2559ฎีกา 3120/2530ฎีกา 1820/2537ฎีกา 4977/2565ฎีกา 4014/2530ฎีกา 936/2487ฎีกา 4818/2551ฎีกา 474/2525ฎีกา 8321/2568ฎีกา 6164/2552ฎีกา 4261/2560ฎีกา 529/2525ฎีกา 2940/2538ฎีกา 5856/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ