⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10851/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10851/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้ หญิงนั้นต้องแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาว การกระทำที่ลักลอบและพยายามปกปิดไม่ถือเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง การที่ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวได้ก็เฉพาะแต่หญิงนั้นต้องแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาว เมื่อโจทก์เพียงแต่สงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างสามีโจทก์กับจำเลย เช่น การที่สามีโจทก์ไปค้ำประกันหนี้เช่าซื้อรถยนต์ให้จำเลย การรับฟังผู้อื่นเล่ามาว่ามีคนต้องการโทรศัพท์ไปหาสามีโจทก์ เมื่อโทรหาจำเลยก็ติดต่อกับสามีโจทก์ก็ได้ หรือมีผู้เล่าว่าสามีโจทก์ไปหาจำเลยที่บ้านเช่า แต่ไม่ปรากฏว่า มีพยานอื่นสนับสนุนยังไม่พอฟังว่าเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย ทั้งการที่จำเลยกับสามีโจทก์อยู่ด้วยกันตามลำพังในโรงแรมชานเมือง แม้เป็นพฤติกรรมที่ทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยอาจจะไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิที่โจทก์จะเรียกค่าทดแทนจากจำเลยนั้น จำเลยต้องแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวเท่านั้น แต่การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการลักลอบและพยายามปกปิดการกระทำให้ทราบกันตามลำพังระหว่างจำเลยและสามีโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1523

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าทดแทนเป็นเงิน 300,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าทดแทนเป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 ตุลาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลเป็นเงิน 6,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่าปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่า จำเลยมีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาว อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวได้ก็เฉพาะแต่หญิงนั้นต้องแสดงตนโดยเปิดเผยว่า มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาว แต่เมื่อพยานโจทก์ที่นำสืบมาได้ความเพียงว่า โจทก์เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของสามีโจทก์กับจำเลยนับแต่โจทก์ได้รับหนังสือทวงถามจากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งส่งถึงสามีโจทก์ให้ชำระหนี้ที่สามีโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ค่าเช่าซื้อรถยนต์ของจำเลยแล้วจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ดังกล่าว มิใช่จำเลยกระทำการใดๆ อันเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผยว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามีโจทก์ ทั้งโจทก์ยังต้องเป็นฝ่ายสืบหาว่าจำเลยเป็นใคร จนกระทั่งทราบจากนางพัชรินทร์ และนางอำนวย ซึ่งมีสามีทำงานอยู่ที่เดียวกันกับสามีโจทก์ แต่ก็ได้ความจากพยานโจทก์ปากนางพัชรินทร์เพียงว่า ทราบจากบุคคลที่ไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อสามีโจทก์เพราะปิดเครื่อง แต่เมื่อโทรศัพท์เข้าเครื่องโทรศัพท์จำเลยก็ปรากฏว่าสามารถติดต่อกับสามีโจทก์ได้ โดยนางพัชรินทร์ไม่ใช่เป็นคนที่โทรศัพท์หรือพูดคุยด้วยแต่อย่างไร เพียงรับฟังมาเนื่องจากอยู่ในบริเวณนั้นเท่านั้น ส่วนนางอำนวย พยานโจทก์ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับจำเลยแต่ก็ไม่ปรากฏว่า นางอำนวยจะเบิกความว่าเคยพบเห็นการกระทำของสามีโจทก์กับจำเลยในเชิงความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันมาก่อน จนกระทั่งจำเลยและนางอำนวยไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในระหว่างที่ไปศึกษาระดับปริญญาโท ที่เขตการศึกษา 3 อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร และเห็นสามีโจทก์ไปหาจำเลยประมาณ 2 ครั้ง ในเวลาประมาณ 21 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเรียนและกลับมาบ้านแล้ว และสามีโจทก์จะกลับไปในตอนเช้านั้น แต่นางอำนวยก็เบิกความกล่าวอ้างไว้ลอยๆ โดยไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุนคำเบิกความดังกล่าวทั้งที่สามีนางอำนวยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของสามีโจทก์ก็พักอาศัยอยู่ด้วย เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธว่า ในระหว่างเรียนนั้น จำเลยไม่ได้ไปพักอยู่กับนางอำนวย จำเลยไปเรียนในวันเสาร์และอาทิตย์โดยขับรถไปจึงให้ทำให้พยานโจทก์ปากนี้มีน้ำหนักน้อย ส่วนที่จำเลยกับสามีโจทก์ อยู่ด้วยกันตามลำพังในโรงแรมชานเมือง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 นั้น แม้จะเป็นพฤติกรรมที่ทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยอาจจะไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิที่โจทก์จะเรียกค่าทดแทนจากจำเลยตามมาตรา 1523 วรรคสองนั้น จำเลยต้องแสดงตน โดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวเท่านั้น แต่การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการลักลอบและพยายามปกปิดการกระทำให้ทราบกันตามลำพังระหว่างจำเลยและสามีโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10851/2555 นางขนิษฐา เวชสวัสดิ์ โจทก์ นางดอกไม้ สาระแสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขนิษฐา เวชสวัสดิ์ · จำเลย - นางดอกไม้ สาระแสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วันทนี กีรติพิบูล · เพลินจิต ตั้งพูลสกุล · วิกร อังคณาวิศัลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร - นายวิศรุต สิริสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายประจวบ กระจ่างทิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำยช.(พ)147/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6553/2537ฎีกา 6558/2542ฎีกา 2820/2528ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3596/2546ฎีกา 1094/2539ฎีกา 139/2569ฎีกา 981/2535ฎีกา 2847/2523ฎีกา 10842/2559ฎีกา 3120/2530ฎีกา 1820/2537ฎีกา 4977/2565ฎีกา 4014/2530ฎีกา 936/2487ฎีกา 4818/2551ฎีกา 474/2525ฎีกา 8321/2568ฎีกา 6164/2552ฎีกา 4261/2560ฎีกา 529/2525ฎีกา 2940/2538ฎีกา 5856/2567ฎีกา 748/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา