⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 468/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ผู้รับประกันภัยมีสิทธิฟ้องเรียกเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยได้ภายในกำหนด 2 ปี นับแต่วันทำสัญญาประกันภัย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยนำสืบว่ามีการทำสัญญาประกันภัยและระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 31 กรกฎาคม 2539 จำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากจำเลยผู้เอาประกันภัย ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับแต่มีการทำสัญญาประกันภัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.882

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 113,402.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 98,611 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 98,611 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 29 กรกฎาคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท จำเลยทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า? ส่วนที่จำเลยทั้งสามฎีกาข้อสุดท้ายว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคสอง เพราะมีการทำสัญญาประกันภัยวันที่ 6 มิถุนายน 2539 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 29 กรกฎาคม 2541 เป็นเวลาเกินกว่า 2 ปี นั้น เห็นว่า เฉพาะการประกันภัยรถยนต์บรรทุกเท่านั้นที่โจทก์นำสืบว่ามีการทำสัญญาประกันภัยและระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 6 มิถุนายน 2539 ส่วนการประกันภัยรถยนต์กระบะโจทก์นำสืบว่ามีการทำสัญญาประกันภัยและระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 31 กรกฎาคม 2539 โดยจำเลยทั้งสามมิได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น ที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์กระบะจึงยังไม่เกินระยะเวลา 2 ปี นับแต่มีการทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะดังที่จำเลยทั้งสามฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 22,765 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2548 บริษัทนารายณ์สากลประกันภัย จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่สายศิลา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนารายณ์สากลประกันภัย จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่สายศิลา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · สุภิญโญ ชยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายธีระนันท์ คุณารัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายพันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3174/2527ฎีกา 7034/2538ฎีกา 3819/2540ฎีกา 1909/2538ฎีกา 6608/2538ฎีกา 2425/2538ฎีกา 225/2531ฎีกา 8896/2555ฎีกา 6649/2537ฎีกา 1042/2539ฎีกา 3427/2553ฎีกา 2364/2522ฎีกา 1598/2542ฎีกา 7155/2547ฎีกา 1680/2552ฎีกา 626/2536ฎีกา 1012/2518ฎีกา 2253/2565ฎีกา 3307/2541ฎีกา 6807/2537ฎีกา 386/2550ฎีกา 255/2538ฎีกา 5783/2540ฎีกา 3914/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา