⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 595/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 375 มิลลิกรัมขึ้นไป ให้ถือว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

ย่อคำพิพากษา

เฮโรอีนของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 การส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่สามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัม ขึ้นไปตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) บัญญัติให้ถือว่าเป็นการส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเมื่อเฮโรอีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 189.761 กรัม เกินกว่าสามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัม จึงเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามส่งออกเพื่อจำหน่ายตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2546 เวลากลางวันจำเลยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 4 ห่อ น้ำหนัก 293.520 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 189.761 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำเลยพยายามส่งออกซึ่งเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย โดยนำเฮโรอีนดังกล่าวบรรจุในถุงพลาสติก 4 ซองพันด้วยแถบกาวติดไว้กับรอบโคนขาด้านในกางเกงทั้งสองข้าง ข้างละ 2 ซอง และกำลังจะรอขึ้นเครื่องบินออกไปนอกราชอาณาจักรจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เนื่องจากเจ้าพนักงานตรวจพบเสียก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 7, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 90 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองและพยายามนำออกนอกราชอาณาจักร ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 65 วรรคสอง, 66 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง และประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1), 80 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ด้วย ลงโทษฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ส่วนกำหนดโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยพร้อมยึดได้ของกลางเป็นเฮโรอีน 4 ห่อ น้ำหนัก 293.520 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 189.761 กรัม ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักร พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า จำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองและพยายามส่งออกซึ่งเฮโรอีนของกลาง ไม่ได้มีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและไม่ได้พยายามส่งออกซึ่งเฮโรอีนของกลางเพื่อจำหน่านนั้น เห็นว่า เฮโรอีนของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 การส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่สามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัม (0.375 กรัม) ขึ้นไป ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) บัญญัติให้ถือว่าเป็นการส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เมื่อเฮโรอีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 189.761 กรัม เกินกว่าสามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัม (0.375 กรัม) จึงเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามส่งออกเพื่อจำหน่ายตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาขอให้ศาลฎีกากำหนดโทษจำเลยน้อยลงนั้น เห็นว่า ความผิดฐานส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อจำหน่ายต้องระวางโทษประหารชีวิต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินยี่สิบกรัมขึ้นไปต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาทหรือประหารชีวิต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ผู้ใดพยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ" โทษที่ลงแก่จำเลยจึงเป็นโทษประหารชีวิต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยโดยละเอียดและถูกต้องแล้วศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำ และกรณีไม่มีเหตุให้กำหนดโทษน้อยลง ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2548 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายหวังหรือวัง ชินหยวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายหวังหรือวัง ชินหยวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3476/2539ฎีกา 13143/2555ฎีกา 2163/2530ฎีกา 6651/2548ฎีกา 13599/2553ฎีกา 5794/2544ฎีกา 65/2569ฎีกา 6101/2531ฎีกา 2176/2548ฎีกา 1049/2547ฎีกา 9083/2547ฎีกา 1497/2532ฎีกา 4529/2543ฎีกา 905/2547ฎีกา 8086/2544ฎีกา 9166/2544ฎีกา 1809/2530ฎีกา 2232/2538ฎีกา 4747/2541ฎีกา 2572/2549ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2136/2544ฎีกา 3799/2541ฎีกา 2856/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา