⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 65/2569

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2569

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดโทษจำเลยใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) จะกระทำได้ต่อเมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง และโทษตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเท่านั้น หากศาลได้ใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว จำเลยจะไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 (1) ได้อีก

ย่อคำพิพากษา

การกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ต้องเป็นกรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ขณะเกิดเหตุความผิดของจำเลยที่ 1 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้มี ป.ยาเสพติดออกมาใช้บังคับแทนกฎหมายเดิม และศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) แล้ว โดยลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ก่อนลดโทษ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณมากกว่ากฎหมายเดิม ดังนี้หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไปก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาจนคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุดลง จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ได้ เพราะศาลชั้นต้นได้ใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว กรณีหาใช่เป็นการพิพากษากำหนดโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดและโทษที่กำหนดนั้นหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังไม่ อีกทั้งการขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ดังกล่าวมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษา อันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 190 ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ย่อมไม่อาจกระทำได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ป.ยาเสพติด ม.90 ป.ยาเสพติด ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2550 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสอง และลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 127 วรรคสอง, 145 วรรคสาม (2) การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,000,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 162 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน คงจำคุกคนละ 25 ปี และปรับคนละ 500,000 บาท ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี 3 เดือน และปรับ 500,000 บาท บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 736/2564 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี 7 เดือน และปรับ 500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) หรือไม่ เห็นว่า การกำหนดโทษใหม่ ตามบทบัญญัติดังกล่าวต้องเป็นกรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะเกิดเหตุความผิดของจำเลยที่ 1 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1,000,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้มีประมวลกฎหมายยาเสพติดออกมาใช้บังคับแทนกฎหมายเดิม และศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต โดยลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ก่อนลดโทษ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณมากกว่ากฎหมายเดิมตามนัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ตอนต้น ดังนี้หากจำเลยที่ 1 เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษหนักเกินไปยังไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ในการกระทำความผิด ก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาจนคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุดลง จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ได้ เพราะศาลชั้นต้นได้ใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว กรณีหาใช่เป็นการพิพากษากำหนดโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดและโทษที่กำหนดนั้นหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังไม่ อีกทั้งการขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ดังกล่าวมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษา อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ย่อมไม่อาจกระทำได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2569 พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ นาย ณ. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ · จำเลย - นาย ณ. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย เพ็งผ่อง · องอาจ แน่นหนา · วิไลวรรณ ชิดเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายเนติภูมิ เมฆฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย เกิดด้วยทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอย.1053/2568

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2246/2520ฎีกา 193-194/2531ฎีกา 7217/2544ฎีกา 5414/2536ฎีกา 16243/2555ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1888/2548ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 1142/2565ฎีกา 5487/2548ฎีกา 2841/2555ฎีกา 51/2502ฎีกา 525/2489ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2226/2547ฎีกา 5632/2551ฎีกา 15227/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา