คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6101/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหลายประเภทในคราวเดียวกัน ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษบัญญัติให้เฮโรอีนกับกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษคนละประเภทกัน ทั้งบทกำหนดโทษในการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษทั้ง 2 ชนิดก็เป็นคนละมาตรากันด้วย แสดงว่ากฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้กระทำผิดแยกต่างหากจากกัน การที่จำเลยจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทเฮโรอีนและกัญชาไปในคราวเดียวกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเฮโรอีนและกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กับได้ร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนและกัญชาจำนวนดังกล่าวให้บุคคลอื่น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๖, ๗๕, ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ (ที่ถูกมาตรา ๖๖ วรรคแรก), ๗๕ (ที่ถูกมาตรา ๗๕ วรรคแรก) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษหนักตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ (ที่ถูกมาตรา ๖๖ วรรคแรก) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๕ ปี ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายมาตรา ๙๑ ความผิดฐานจำหน่ายกัญชา จำคุกคนละ ๒ ปี ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑ ปี ๔ เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๔ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษได้บัญญัติให้ยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนกับกัญชาเป็นคนละประเภทกัน โดยเฮโรอีนเป็นยาเสพติดให้โทษจัดอยู่ในประเภท ๑ ส่วนกัญชาจัดอยู่ในประเภท ๕ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๒๒) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๘(๑) ทั้งบทกำหนดโทษในการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษทั้ง ๒ ชนิดดังกล่าว ก็เป็นคนละมาตรากันแสดงว่ากฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแต่ละประเภท แยกต่างหากจากกัน ดังนั้นแม้จำเลยจะรวมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทเฮโรอีนและกัญชาไปในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6101/2531
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายธวัช ประทุมชัย กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายธวัช ประทุมชัย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ศักดิ์ สนองชาติ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายอุทัย ศิริสมรรถการ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา