⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3285/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3285/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาที่วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยอาศัยพยานหลักฐานที่ศาลชั้นต้นรับฟังมานั้น ถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยชี้ขาดก่อนที่จะส่งฎีกาต่อไป

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่า อ. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันแทนโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและรับฟังว่าสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครรับจดทะเบียนจำนองที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ไว้โดยมีการมอบอำนาจไม่ขาดสาย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 จึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และอนุญาตให้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,200,102.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ของต้นเงิน 1,383,324.77 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 107502 ตำบลคลองเตย (ช่องนนทรีย์) อำเภอพระโขนง จังหวัดกรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเพราะเหตุขาดนัด ศาลเห็นควรให้สืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไปฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,383,324.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเอ็มอาร์อาร์ บวกร้อยละ 3.5 ต่อปี ตามประกาศโจทก์และที่ประกาศต่อไป นับแต่วันที่ 14 มกราคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยผิดนัดสูงสุดตามประกาศโจทก์ โดยดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 719,888.28 บาท และอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องไปต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ตามคำขอของโจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 107502 ตำบลคลองเตย (ช่องนนทรีย์) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า ขณะที่ทำคำขอสินเชื่อสัญญากู้เงิน และสัญญาค้ำประกันเงินกู้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนจันทร์ สะพาน 5 ยังไม่ได้จดทะเบียนสาขาไม่อาจมีการมอบอำนาจจากโจทก์ให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการสาขา นิติกรรมที่ทำที่สาขาถนนจันทร์ สะพาน 5 ไม่อาจใช้บังคับได้ สัญญากู้เงิน และสัญญาค้ำประกันเงินกู้จึงตกเป็นโมฆะนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 มิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การ แต่เป็นการยกเหตุแห่งการต่อสู้ขึ้นใหม่จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้น เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และอนุญาตให้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อไปว่า โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า ขณะทำหนังสือมอบอำนาจให้บอกกล่าวเลิกสัญญา นายอมร จันทรสมบูรณ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ต้องฟังว่าหนังสือมอบอำนาจให้บอกกล่าวเลิกสัญญาไม่ชอบ นายชนินทร์ เชื้อศรีตระกูล ไม่มีอำนาจบอกกล่าวเลิกสัญญา ถือว่ายังไม่มีการบอกกล่าวเลิกสัญญาโดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2536 ผู้มอบอำนาจเป็นใคร มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนโจทก์หรือไม่ การรับจดทะเบียนจำนองที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ของสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครมีการมอบอำนาจโดยไม่ขาดสายจริงหรือไม่ โจทก์มิได้นำสืบให้ชัดแจ้งโดยปราศจากข้อสงสัยถึงเรื่องการมอบอำนาจให้ไปทำสัญญาจำนองตามที่กล่าวอ้างในฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่า นายอมรเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันแทนโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง และรับฟังว่าสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครรับจดทะเบียนจำนองที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ไว้โดยมีการมอบอำนาจไม่ขาดสาย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และอนุญาตให้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ เช่นกัน" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3285/2549 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายเทียนวัน ติรณสวัสดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายเทียนวัน ติรณสวัสดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · วิเชียร มงคล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 8672/2553ฎีกา 3251/2534ฎีกา 3470/2526ฎีกา 5150/2552ฎีกา 70/2518ฎีกา 100/2540ฎีกา 2222/2522ฎีกา 801/2515ฎีกา 2698/2549ฎีกา 1843/2533ฎีกา 3771/2536ฎีกา 5713/2537ฎีกา 753/2543ฎีกา 89/2502ฎีกา 1726/2536ฎีกา 1404/2520ฎีกา 4678/2536ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 216/2532ฎีกา 1365/2530ฎีกา 5589/2536ฎีกา 123/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ