⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6364/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6364/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายถึงการกระทำอันเป็นความผิดจะต้องแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หากฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิด ถือเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจลงโทษจำเลยได้ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยวิธีการคือ นำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดให้ละเอียดกับครกและผสมสีผสมอาหารสีส้ม จากนั้นจึงนำมาบดอัดเป็นเม็ด ฟ้องของโจทก์จึงมิได้บรรยายให้เห็นว่าสิ่งที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตมีส่วนประกอบของเมทแอมเฟตามีน เมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำอันเป็นความผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ก็ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดดังกล่าวมิได้ เนื่องจากฟ้องโจทก์ในส่วนผลิตไม่ชอบเสียแล้ว ฟ้องโจทก์ในส่วนเสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าวจึงไม่ชอบไปด้วย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2549)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 65 วรรคสอง, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 91 ริบของกลาง และบวกโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3436/2541 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่รับข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมีความผิดตามมาตรา 91 ด้วย) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 65 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษกระทงหลังมาบวกกับกระทงแรกได้และไม่อาจบวกโทษของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ได้ ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยวิธีการคือ นำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดให้ละเอียดกับครกและผสมกับสีผสมอาหารสีส้มจากนั้นจึงนำมาบดอัดเป็นเม็ด โดยใช้อุปกรณ์เป็นเบ้าเหล็กสำหรับอัดให้เป็นเม็ดและใช้เหล็กแท่งที่ด้านหัวสลักอักษรดับเบิลยู วาย ตอกอัดเข้าไปให้แน่นและออกมาเป็นเม็ดเมทแอมเฟตามีน ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและจำเลยทั้งสองได้เสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าว ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้เห็นว่า สิ่งที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตมีส่วนประกอบของเมทแอมเฟตามีน เมื่อฟ้องบรรยายว่า จำเลยทั้งสองนำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดและผสมกับสีผสมอาหาร ฟ้องโจทก์จึงมิได้บรรยายถึงการกระทำอันเป็นความผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และแม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนก็ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดดังกล่าวมิได้ เนื่องจากฟ้องโจทก์ในส่วนผลิตไม่ชอบเสียแล้ว ฟ้องโจทก์ในส่วนเสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าวจึงไม่ชอบไปด้วย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6364/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายไกรวุฒิ จับปล่อย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายไกรวุฒิ จับปล่อย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระวรรณ ศิริบุตร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · ดลจรัส รัตนโศภิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายปิติ นาถะภักติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5794/2544ฎีกา 65/2569ฎีกา 6101/2531ฎีกา 2176/2548ฎีกา 1049/2547ฎีกา 9083/2547ฎีกา 1497/2532ฎีกา 4529/2543ฎีกา 905/2547ฎีกา 8086/2544ฎีกา 9166/2544ฎีกา 1809/2530ฎีกา 2232/2538ฎีกา 4747/2541ฎีกา 2572/2549ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2136/2544ฎีกา 3799/2541ฎีกา 2856/2559ฎีกา 3889/2543ฎีกา 10069/2558ฎีกา 4316/2560ฎีกา 6377/2549ฎีกา 5585/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา