⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6941/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6941/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้คำสั่งเดิมที่ให้ไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาถึงที่สุด และไม่อาจดำเนินการใดๆ เพื่อให้กลับไปวินิจฉัยอุทธรณ์คำพิพากษาเดิมได้อีก.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ประกอบ มาตรา 247 อันมีผลทำให้คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยที่ 3 ถึงที่สุดนับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2546 ซึ่งเป็นวันที่ได้อ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยที่ 3 ฟัง และถือว่าคดีถึงที่สุดแล้วในวันดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยที่ 3 จึงไม่อาจมายื่นคำแถลงขอวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นการเริ่มดำเนินการเพื่อให้กลับไปสู่การวินิจฉัยในเรื่องการรับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยที่ 3 ซึ่งถึงที่สุดไปแล้วได้อีก โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหนังสือสำคัญเพื่อแสดงว่าคดีนี้ถึงที่สุดแล้วได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าไปดำเนินการจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกึ่งหนึ่งในทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าไปดำเนินการจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกึ่งหนึ่งในทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ ยกเว้นเฉพาะที่ดินในลำดับที่ 18 ตามบัญชีทรัพย์ดังกล่าว หากจำเลยทั้งห้าไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 3 ใช้แทนโจทก์ 25,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 วางเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง แต่จำเลยที่ 3 ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลให้ครบถ้วนภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาจำเลยที่ 3 แถลงขอวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำแถลง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งในวันเดียวกันนั้นโจทก์ร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหนังสือเพื่อแสดงว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหนังสือเพื่อแสดงว่าคดีถึงที่สุดแก่โจทก์ในวันเดียวกันนั้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2546 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ให้ออกหนังสือเพื่อแสดงว่าคดีถึงที่สุดแก่โจทก์เสีย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า คดียังไม่ถึงที่สุด ให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ให้ออกหนังสือสำคัญที่แสดงว่าคดีถึงที่สุดแก่โจทก์ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2546 เสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ดคีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ขณะโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหนังสือเพื่อแสดงว่าคดีถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 นั้น คดีถึงที่สุดหรือไม่ เห็นว่าจำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 อันมีผลทำให้คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยที่ 3 ถึงที่สุดนับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2546 ซึ่งเป็นวันที่ได้อ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยที่ 3 ฟัง และถือว่าคดีถึงที่สุดแล้วในวันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยที่ 3 จึงไม่อาจมายื่นคำแถลงขอวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นการเริ่มดำเนินการเพื่อให้กลับไปสู่การวินิจฉัยเรื่องให้รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยที่ 3 ซึ่งถึงที่สุดไปแล้วได้อีก โจทก์จึงชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหนังสือสำคัญเพื่อแสดงว่าคดีนี้ถึงที่สุดแล้วได้ในวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งให้ออกหนังสือสำคัญที่แสดงว่าคดีถึงที่สุดแก่โจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เห็นควรสั่งให้ถูกต้อง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6941/2549 นางเล็ก เกิดสมุทร โจทก์ นายไพบูลย์ เกิดสมุทร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเล็ก เกิดสมุทร · จำเลย - นายไพบูลย์ เกิดสมุทร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · วิชา มหาคุณ · มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายปรเมศร บัณฑราภิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 185/2566ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา