⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7644/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7644/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.บ.อาคารชุดฯ มาตรา 18 วรรคหนึ่ง กำหนดตามข้อบังคับที่เจ้าของร่วมแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคสอง กำหนดตามอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.อาคารชุด ฯ มาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริการส่วนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามส่วนแห่งประโยชน์ที่มีต่อห้องชุด ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ส่วนมาตรา 18 วรรคสอง บัญญัติว่า เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าภาษีอากรและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูแลรักษาและการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางตามอัตราส่วนที่เจ้าของรวมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามมาตรา 14 ดังนั้น ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง จึงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงข้อบังคับได้ตามมาตรา 32 (10) ประกอบมาตรา 49 (1) ที่เจ้าของร่วมมีมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายร่วมกันได้ แต่ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคสอง ต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.อาคารชุด ฯ กำหนดเท่านั้น ประกอบกับมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการบังคับชำระหนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 ให้นิติบุคคลอาคารชุดมีบุริมสิทธิ ดังนี้ (1) บุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 259 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าของห้องชุดนั้นนำมาไว้ในห้องชุดของตน และ (2) บุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคสอง ให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิรักษาอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 273 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีอยู่เหนือทรัพย์ส่วนบุคคลของแต่ละเจ้าของห้องชุด ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายที่เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกตามมาตรา 18 นั้น แยกค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง และมาตรา 18 วรรคสอง ออกต่างหากจากกันโดยเด็ดขาด เพราะมีการคิดส่วนค่าใช้จ่ายและการบังคับชำระหนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 แต่ละวรรคแตกต่างกันดังกล่าว ดังนั้น มูลหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยค้างชำระแก่ผู้ร้องนั้นจึงไม่อาจเป็นทั้งมูลหนี้อันเกิดจากการบริการส่วนรวมและเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด ฯ มาตรา 18 วรรคหนึ่ง และเป็นมูลหนี้อันเกิดจากการใช้ทรัพย์ส่วนกลางของจำเลย ตามมาตรา 18 วรรคสอง ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยค้างชำระนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดของผู้ร้องได้ลงมติให้เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเดิม 20 บาท เป็น 27 บาท โดยรายละเอียดในรายงานการประชุม ฯ ระบุเหตุผลการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายส่วนกลางโดยอ้างว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การซ่อมแซมระบบและส่วนต่าง ๆ ของอาคาร ซึ่ง พ.ร.บ.อาคารชุด ฯ มาตรา 50 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างหรือซ่อมแซมอาคารที่เสียหายสำหรับที่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง ให้เจ้าของร่วมทุกคนในอาคารชุดเฉลี่ยออกตามอัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง? ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องนำมายื่นขอรับชำระหนี้บุริมสิทธินี้จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางตาม พ.ร.บ.อาคารชุด ฯ มาตรา 18 วรรคสอง และบทบัญญัติมาตรา 41 วรรคท้าย กำหนดให้เฉพาะบุริมสิทธิตาม (2) แห่งมาตราดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งหากผู้จัดการนิติบุคคลได้ส่งรายการหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วให้ถือว่าอยู่ในลำดับก่อนจำนอง เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ส่งรายการหนี้ของผู้ร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 41 วรรคท้าย ดังกล่าวแล้ว จึงถือว่ามูลหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่จำเลยค้างชำระแก่ผู้ร้องนั้นอยู่ในลำดับหลังบุริมสิทธิจำนองของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.14 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.18 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.32 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.41 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงิน หากไม่ชำระให้ยึดห้องชุดเลขที่ 99/22 ชั้นที่ 6 อาคารเลขที่ 99 อาคารชุดเดอะเลกาซี วิภาวดี ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 13851 และ 13852 ตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้บังคับทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดดังกล่าวของจำเลยซึ่งจำนองเป็นประกันเงินกู้ไว้แก่โจทก์เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิในห้องชุดดังกล่าวของจำเลยในมูลหนี้ค่าใช้จ่ายในทรัพย์ส่วนกลาง ผู้ร้องย่อมมีบุริมสิทธิเหนือห้องชุดดังกล่าวมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์ฐานะเจ้าหนี้จำนอง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิคิดค่าใช้จ่ายส่วนกลางเกินความเป็นจริง โดยผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากมูลค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นเงินเพียง 106,708.76 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ในมูลหนี้ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการใช้ทรัพย์ส่วนกลางของจำเลยตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 วรรคสอง หาใช่เป็นหนี้ที่มีมูลเกิดจากการบริการส่วนรวมของผู้ร้องตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แต่อย่างใด ดังนั้นบุริมสิทธิของผู้ร้องจึงเป็นบุริมสิทธิลำดับเดียวกับบุริมสิทธิรักษาอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 273 (1) ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด ฯ มาตรา 41 (2) และเมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำร้องและทางไต่สวนของผู้ร้องว่าผู้ร้องโดยผู้จัดการของผู้ร้องได้จัดส่งรายการหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 18 วรรคท้าย (ที่ถูกมาตรา 41 วรรคท้าย) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่อย่างไร จึงถือได้ว่าบุริมสิทธิในมูลหนี้ของผู้ร้องดังกล่าวอยู่ในลำดับหลังบุริมสิทธิจำนองของโจทก์ฐานะผู้คัดค้าน ให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้หลังจากเจ้าหนี้จำนองโจทก์ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนก่อนแล้ว ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่จำเลยค้างชำระแก่ผู้ร้องนั้นเป็นมูลหนี้อันเกิดจากการบริการส่วนรวมและเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง และเป็นมูลหนี้อันเกิดจากการใช้ทรัพย์ส่วนกลางของจำเลยตามมาตรา 18 วรรคสอง ด้วยหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริการส่วนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามส่วนแห่งประโยชน์ที่มีต่อห้องชุด ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ส่วนมาตรา 18 วรรคสอง บัญญัติว่า เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าภาษีอากรและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูแลรักษาและการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางตามอัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามมาตรา 14 ดังนั้น ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง จึงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงข้อบังคับได้ตามมาตรา 32 (10) ประกอบมาตรา 49 (1) ที่เจ้าของร่วมมีมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายร่วมกันได้ แต่ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคสอง ต้องเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 กำหนดเท่านั้น ประกอบกับมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการบังคับชำระหนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 ให้นิติบุคคลอาคารชุดมีบุริมสิทธิ ดังนี้ (1) บุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 259 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีอยู่เหนืออสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าของห้องชุดนั้นนำมาไว้ในห้องชุดของตน และ (2) บุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคสอง ให้ถือว่าเป็นบุริมสิทธิในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิรักษาอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 273 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีอยู่เหนือทรัพย์ส่วนบุคคลของแต่ละเจ้าของห้องชุด ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายที่เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกตามมาตรา 18 นั้น แยกค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง และมาตรา 18 วรรคสอง ออกต่างหากจากกันโดยเด็ดขาด เพราะมีการคิดส่วนค่าใช้จ่ายและการบังคับชำระหนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 แต่ละวรรคแตกต่างกันดังกล่าว ดังนั้น มูลหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยค้างชำระแก่ผู้ร้องนั้นจึงไม่อาจเป็นทั้งมูลหนี้อันเกิดจากการบริการส่วนรวมและเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง และเป็นมูลหนี้อันเกิดจากการใช้ทรัพย์ส่วนกลางของจำเลย ตามมาตรา 18 วรรคสอง ดังที่จำเลยอุทธรณ์ได้ อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ปัญหาว่าค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องนำมายื่นขอรับชำระหนี้บุริมสิทธินี้เป็นค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดมีบุริมสิทธิพิเศษในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 259 (1) ที่ผู้ร้องจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ รวมทั้งโจทก์ด้วยหรือไม่ เห็นว่า ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยค้างชำระนั้นได้ความจากนางสาววิภารัตน์พยานโจทก์เบิกความว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดของผู้ร้องได้ลงมติให้เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเดิม 20 บาท เป็น 27 บาท โดยรายละเอียดในรายงานการประชุม ฯ ดังกล่าวระบุเหตุผลการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายส่วนกลางโดยอ้างว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การซ่อมแซมระบบและส่วนต่าง ๆ ของอาคาร ซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 50 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างหรือซ่อมแซมอาคารที่เสียหายสำหรับที่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง ให้เจ้าของร่วมทุกคนในอาคารชุดเฉลี่ยออกตามอัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง? ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องนำมายื่นขอรับชำระหนี้บุริมสิทธินี้จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 วรรคสอง และบทบัญญัติมาตรา 41 วรรคท้าย กำหนดให้เฉพาะบุริมสิทธิตาม (2) แห่งมาตราดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งหากผู้จัดการนิติบุคคลได้ส่งรายการหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วให้ถือว่าอยู่ในลำดับก่อนจำนอง เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ส่งรายการหนี้ของผู้ร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 41 วรรคท้าย ดังกล่าวแล้ว จึงถือว่ามูลหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่จำเลยค้างชำระแก่ผู้ร้องนั้นอยู่ในลำดับหลังบุริมสิทธิจำนองของโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7644/2549 บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นิติบุคคลอาคารชุดเดอะเลกาซี วิภาวดี ผู้ร้อง นางสิริรัตน์หรือสิริรัฐ ชูกลิ่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด · ผู้ร้อง - นิติบุคคลอาคารชุดเดอะเลกาซี วิภาวดี · จำเลย - นางสิริรัตน์หรือสิริรัฐ ชูกลิ่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย จิระบุญศรี · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพิสิฐ ธรรมกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15009/2558ฎีกา 15306/2557ฎีกา 10059/2555ฎีกา 5274/2557ฎีกา 8512/2553ฎีกา 1872/2549ฎีกา 2710/2566ฎีกา 3396/2565ฎีกา 7874/2549ฎีกา 6162/2559ฎีกา 4457/2565ฎีกา 1143/2541ฎีกา 5368/2559ฎีกา 1735/2551ฎีกา 7383/2547ฎีกา 10390/2553ฎีกา 4341/2552ฎีกา 32/2542ฎีกา 10230/2553ฎีกา 2081/2567ฎีกา 8711/2554ฎีกา 13067/2558ฎีกา 5848/2545ฎีกา 14640/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา